ปัญหาการศึกษาไทยในปัจจุบัน

ปัญหาการศึกษาไทยในปัจจุบัน
พูดคุยกับบ.ก / สิงหาคม 2552

ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านคงเห็นด้วยกับผม “เรื่องของคุณภาพการศึกษาในประเทศไทย” ที่นับวันมีแต่จะตกต่ำมากขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะทุกคนแทบจะไม่สามารถได้อะไรกับเด็กจบการศึกษาใหม่ๆเลย นอกจากจะไม่มีปะสบการณ์แล้ว ความรู้แทบไม่ได้มากันเอาเสียเลย ความตั้งใจนั้นไม่ต้องพูดถึง ไม่มีเอามากๆ แต่ไอ้ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้น คือ ไอ้ที่เรียนมากนั้นมันผิดกันสุดๆ จนยากที่จะนึกว่า มันจบการศึกษาระดับไหนกันมา ต้องกลับมาดูใบสมัครและใบปริญญากันอีกหลายรอบ ว่าไอ้ที่เราคุยด้วยนะผู้ประกอบวิชาชีพ ที่ต้องรับผิดชอบกับความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของคนอื่น

ภาษาอังกฤษนะคงไม่ต้องพูดถึง เพราะส่วนใหญ่พูดกันไม่ได้อยู่แล้ว และไอ้ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ภาษาไทยเขียนกันไม่ค่อยเป็นเอาเสียเลย หากคุณไม่เชื่อเอาเด็กจบใหม่มาคน หรือหลายๆคนก็ได้ มาเขียนเป็นภาษาเขียนให้คนอื่นอ่านเข้าใจได้ในแบบราชการ หรือ ธุรกิจก็ได้ ซึ่งผลที่ได้รับน่าจะผ่านไม่เกิน30%

หากได้มีโอกาสสัมภาษณ์ก็จะเห็นถึงทัศนะคติมากขึ้น ส่วนใหญ่อยากจะเป็นดารา นักร้อง นายแบบ เอาเป็นว่า อยากเรียนด้านนี้ก็เพราะเท่ห์หน่อย จบแล้วไอ้ที่มาสมัครทำงานนะก็เพราะรอเขาโทรเรียกตัวไปเป็นนักร้อง ดารา ตามที่ได้สมัครเอาไว้ จะดูดีหน่อยหากได้ขึ้นมาว่าทำอะไรอยู่ ยังดีกว่าบอกชาวบ้านร้านช่องว่าไม่ได้ทำไร แต่อย่าเผลอไปถามพี่ท่านเอานะว่า มีเป้าหมายอะไรในชีวิตมั้ง ส่วนใหญ่ก็จะได้รับคำตอบว่า “อยากค้นหาตัวเองซักพัก” บางครั้งผมก็อดถามต่อไปไม่ได้ว่า“ขอโทษครับแล้วไปทำตกไว้แถวไหนละครับ”

ผมเองมีประสบการณ์ในการรับนักศึกษามาฝึกงานมาแล้วเกือบทุกสถาบันไม่ค่อยได้ต่างกันมากสำหรับเอกชนส่วนมหาวิทยาลัยภาครัฐที่ดีๆนั้น มีความรู้ค่อนข้างดีเมื่อเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยทั่วๆไป แต่มักจะไม่มีเข้ามาในตลาดแรงงาน ส่วนใหญ่จะไปเรียนต่อปริญญาโท กันเกือบทั้งหมด ไม่งั้นก็ไปทำงานที่กับครอบครัวกันเป็นส่วนใหญ่แต่เหมือนเดิมละครับอยากเป็นดารานักร้อง

แต่ที่ผมเองก็เจอเร็วๆนี้นะ ผมเองก็คิดไม่ถึงมาก่อน เพราะผมเองก็คิดว่าผมพบเห็นกับงานแปลกแบบนี้มาเยอะ ทั้งเสริมเหล็กคานช่วงเดียว(Simple Beam) เป็นเหล็กครึ่งคาน แล้วจบเอาซะดื้อๆ พอสอบถามก็บอกว่า จะไปเรียนเอาความรู้ตอนปริญญาโท เป็นต้น และที่ผมว่าเจ็บจริงนะ คือ ผมลองให้นักศึกษาฝึกงานด้าน ออกแบบผลิตภัณฑ์ จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ลองออกแบบตู้ใส่ซองจดหมายแบบอเนกประสงค์ แต่ที่ได้เห็นผมยิ่งกว่าผมเห็นผีหลอก ซึ่งผมเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกันมาก เพราะเคยเจอมาแล้ว แต่คราวนี้ซิเด็ด เพราะนักศึกษาฝึกงานเขียน มาตราส่วน 1:20 ซึ่งเขียนด้วยนะครับว่า Scal (มะได้พิมพ์ผิดครับ) และทำกันมา 3 คน ผิดเหมือนกันหมดเลย มีเส้นบอกระยะอีกด้วย เป็น 2.20 ซม. 3.50 ซม. ผมเลยงง ว่าระยะอะไรเหรอ ซึ่งเขาทำหน้าแปลกใจว่าทำไมผมถึงไม่รู้จักแค่เนี้ยเอง

ผมเองก็เพื่งเจอหน่วย 2.00 ซม. หากมาตราส่วน 1:20 ก็ต้องใช้เครื่องคิดเลขคิดเอา ผมเลยถามว่าทำไมทำแบบนี้ (อีกที) ก็ได้รับคำตอบว่าเขาเองก็เรียนและสอนกันมาแบบนี้ผมเลยคิดว่าหากเป็นการเขียนแบบตกแต่งซักห้องหนึ่งมิต้องใช้เวลาในการคำนวณหาระยะโต๊ะตู้เตียงกันเป็นวันๆเลยหรือนี้

หากเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ และลองคำนวณกันแบบคร่าวๆว่าอีกซักสิบ-ยี่สิบปีจะเป็นกันอย่างไรนะ คุณภาพการศึกษาไทย น่าจะได้กันที่ว่า คนๆหนึ่งต้องมีกันสองคน เพราะคนหนึ่งเอาไว้หายใจเข้า ส่วนอีกคนเอาไว้หายใจออก

อ้างอิง http://www.thaicontractors.com

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: