ภาษีในงานก่อสร้าง

โฆษณา…ทำเหตุ
ภาษี ในงานก่อสร้าง / การคำนวณภาษี
ดูหนัง…ดูละคร แล้วย้อนดูตัว…แต่คงไม่ถึงกับต้องชูจั้กแร้ดูว่าขาวเหมือนที่โฆษณากันทุกวี่วันหรือไม่แต่ประการใด ซึ่งไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด…เรื่องขาว…ทุกจุดไม่ว่าซ่อนหรือไม่ซ่อนเร้นมันมามีอิทธิพลทางความ คิดของผู้คนได้มากถึงเพียงนี้ได้อย่างไร แต่เรื่องราวของโฆษณาที่ทำให้เกิดเหตุแห่งความยุ่งเหยิงจนต้องถึงกับหยิบมาบอกเล่าให้ฟังจะเป็นอย่างไร ไปฟังคำให้การ…เอ๊ยคำบอกเล่าจากปากของนักโฆษณารายนี้กันดีกว่า
เออีสาว: มันน่าหงุดหงิดใจไม่ใช่น้อย เพราะทำบริษัทมาตั้งหลายปี วันดีคืนดีก็แวะเข้ามาตรวจทำท่าทางใหญ่โตราวกับเป็นเจ้านายของเราทั้งที่ก็กินเงินภาษีของเราอยู่ทุกมื้อ…แต่สำคัญกว่าท่าทางที่ชวนหงุดหงิด คือ ท่านทั้งหลายสรุปตรงกันแบบนัดหมายกันมาว่า…เราหักภาษี ณ ที่จ่ายไม่ครบถ้วน และไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะกรณีที่จ่ายค่าสื่อโฆษณาให้กับบริษัทโฆษณา ไม่มีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้แม้สักบาท…ต้องปรับปรุงให้ถูกต้องโดยการนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย และเงินเพิ่มให้ครบถ้วน
ประเด็นนี้ทำให้เราสงสัยมาก เพราะเคยได้ยินเพื่อนร่วมวงการเว้าต่อ ๆ กันมาว่าการจ่ายค่าตอบแทนให้กับบริษัทตัวแทนรับโฆษณาที่เป็นตัวกลางในการทำโฆษณา และหาสื่อโฆษณา…ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เพราะได้รับยกเว้น แถมท้ายไอ้บริษัทตัวแทนโฆษณาทั้งหลายมันก็ไม่ยอมให้เราหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วย ไอ้ความที่อยากได้เงินจากลูกค้า ซึ่งต้องหาเวลาออกอากาศ และอื่นๆ ให้ได้ เลยต้องยอมจ่ายแบบไม่หัก เจ็บช้ำที่สุด คือ ตอนนั้นความอยากได้ลูกค้ามันท่วมปากเลยลืมขอหลักฐานที่ยืนยันว่าไม่ต้องหัก …งานนี้เลยไม่มีอะไรจะติดไม้ติดมือ…ไปโต้แย้งเลยต้องขอยืมมือนายภาษีสั่งฆ่า…เอ๊ย ช่วยชี้แจงให้แจ่ม ชัดบัดเดี๋ยวนี้
นายภาษี: อ่านเรื่องราวของท่านแล้วรู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปด้วยเหมือนกัน เพราะในฟากฝั่งทางเราก็รู้ สึกว่าทำได้ครบถ้วนถูกต้องแล้วแต่ในฟากฝั่งของกรมสรรพากรกลับบอกได้ราวกับท่องจำมาว่า…ผิดต้องเสียเบี้ยปรับเงินเพิ่ม แต่หลังจากอ่านไปเรื่อยๆ หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามข้อความที่ปรากฏก็ต้องสรุปว่าเห็นด้วยกับเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่ง เพราะ
***การจ่ายเงินค่าโฆษณาโดยเงื่อนไขกำหนดของกฎหมายให้ผู้จ่ายเงินจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตรา 2 % แต่หากเป็น
***การจ่ายค่าสื่อโฆษณาให้กับตัวแทนรับโฆษณา ที่เป็นตัวกลางในการทำโฆษณา และจัดหา
สื่อโฆษณา ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
ไม่ได้คิด หรือปั้นเรื่องเองแต่ประการใด หากแต่แอบไปคัดลอก คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.6/2528
มาให้อ่านให้เข้าใจ และใช้เป็นหลักฐานว่า
“ข้อ 1 กรณีที่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นจ่ายเงินให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงิน ได้บุคคลธรรมดา หรือภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นค่าโฆษณาไม่ว่าผู้นั้นจะทำเองหรือให้ผู้อื่นทำให้ กรณีดังกล่าว ให้ผู้จ่ายเงินคำนวณหักภาษี ณ ที่จ่าย และจะนำส่งในอัตราร้อยละ 2.0 ของยอดเงินที่จ่ายนั้น เว้นแต่ค่าสื่อโฆษณาที่ผู้รับเงินในฐานะเป็นนายหน้าหรือตัวแทนได้จ่ายแทนผู้จ่ายเงินไป ตามจำนวนเงินที่จ่ายเงิน ผู้จ่ายเงินไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
เออีสาว: มันน่ามั้ยละ เพราะเราก็ยืนยันจนเกือบจะโดนยอดอก เอ๊ย…ยืนยันจนคอเกือบแห้งว่าเงินค่าสื่อโฆษณาที่จ่ายไป เป็นการจ่ายให้กับบริษัทตัวแทนจริง ๆ แถมยังหยิบดูใบเสร็จรับเงิน/ ใบกำกับภาษีของตัวแทนชื่อดังให้ดูแทบจะหมดสำนักงาน แต่คุณท่านก็ยังยืนยันว่าไม่ถูกต้อง…ลูกเดียว และจาก ไปโดยไม่ล่ำลา ทิ้งให้เราต้องปวดหัวข้างเดียวจนไม่เป็นอันรับงานมาจนถึงทุกวันนี้ จะฟ้องกลับฐานทำให้ เสียทรัพย์ (ในอนาคต) ซะเลยดีมั้ย…ตื่นๆ มีเรื่องแล้ว
นายภาษี: เย็นไว้ก่อนโยม อ่านแค่คำสั่งเดียวทำเป็นของขึ้นมาทำความเข้าใจกันให้ชัดเจนก่อนสรุป น่าจะเหมาะกว่า เพราะจากคำสั่งฯ ที่ส่งให้หากพิจารณาตามเนื้อหาพอจะแปลได้ความว่า หากท่านในฐานะผู้ จ่ายเงินค่าสื่อโฆษณาให้กับตัวแทนรับโฆษณาไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแต่หากเข้าใจตามนั้นโดยไม่ไตร่ตรอง หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมมีหวัง…โดนหางเลขเหมือนที่เป็นอยู่ในวันนี้
เพราะในโลกของความเป็นจริง กลับมีเงื่อนไขที่หลายคนอาจจะไม่ทันได้เห็น หรือได้สังเกตทำให้การจ่ายเงินที่คิดว่าไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย กลายเป็นต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไปได้ เพราะแนวทางในการปฏิบัติ หรือวินิจฉัยเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว จะพิจารณาไปในทิศทางเดียวกันว่า หากผู้จ่ายเงินกับตัวแทนรับโฆษณา ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ การจ่ายเงินค่าสื่อโฆษณาให้กับตัวแทนรับโฆษณาไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
1. ลูกค้าได้ทำสัญญาแต่งตั้งตัวแทนโฆษณา กับบริษัทผู้รับโฆษณาให้เป็นตัวแทนของลูกค้า เพื่อให้
บริษัทผู้รับโฆษณาตัวแทนมีอำนาจดำเนินการลงโฆษณา หรือสั่งซื้อสื่อโฆษณาแทนลูกค้าตัวการ
2. บริษัทผู้รับโฆษณาตัวแทนต้องออกใบแจ้งหนี้ ใบรับเงิน และใบกำกับภาษีให้กับลูกค้าตัวการ โดยจะ
แยกค่าบริการ และค่าสื่อโฆษณาออกจากกันอย่างชัดแจ้ง
3. ค่าสื่อโฆษณาของลูกค้าตัวการตาม 1 จะต้องสามารถสอบยันได้กับค่าสื่อโฆษณาของบริษัทผู้ขายสื่อ
โฆษณาที่เรียกเก็บจากบริษัทผู้รับโฆษณาตัวแทน
4. ค่าบริการที่ได้จ่ายชำระให้กับตัวแทนผู้รับโฆษรา ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย อัตรา 3 %
จากการที่คำวินิจฉัยหลายๆ กรณีเป็นไปในแนวทางนี้ทำให้เจ้าหน้าที่จะประเมินผู้จ่ายเงินที่ไม่มีหลักฐานดังกล่าวว่ามีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อมีการจ่ายค่าสื่อโฆษณาให้กับตัวแทนผู้รับโฆษณา ซึ่งกรณีคงท่านคงเป็นไปในลักษณะเดียวกัน
เออีสาว: งานเข้าสิ เพราะจะทำหลักฐานแต่งตั้ง หรืออื่นๆ ย้อนหลังก็ไม่ได้ เพราะดันมั่นใจในข้อมูลให้ปากคำไปครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว พอจะมีทางออกอื่นใดให้ชื่นชมบ้าง หรือไม่ หากประหยัดไปจะนำเงินไปจ่ายชำระค่าที่ปรึกษาที่คั่งค้างโดยเร็ว แต่หากไม่ได้นอกจากจะไม่ยอมจ่ายภาษีตามที่ถูกประเมินแล้ว ค่าที่ปรึกษาที่จ้างก็จะไม่จ่ายเช่นเดียวกัน
นายภาษี: เนื้อไม่ได้กิน…แท้หนอ แต่เมื่อหลวมตัวตอบมาถึงตอนนี้ก็ขอตอบต่อให้จบ แต่ไม่รู้จะเป็นทางออกที่พึงประสงค์หรือไม่ เพราะหลักฐานในที่เกิดเหตุยืนยันว่าผิดจริง…หากแต่ช่องที่พอจะมุด
ออกได้คงหนี้ไม่พ้นต้องชี้แจงว่า คำสั่งกรมฯ ที่ ป.91/2542 กำหนดไว้ว่า
1. ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องรับผิดกรณีไม่ได้หัก และไม่ได้นำส่ง
2. ความรับผิดดังกล่าวสิ้นสุดลงเมื่อ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้นำรายได้ดังกล่าวไปรวมคำนวณเพื่อเสีย ภาษีครบถ้วนแล้ว
การประเมินให้ท่านรับผิดในภาษีที่ไม่ได้หัก และไม่ได้นำส่งทั้งจำนวนอาจจะเป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้อง แต่ก่อนจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร อดใจอ่านคำสั่งฯ ป. 91/2542 ข้อ 2 และข้อ 10 อีกสักครั้งความว่า
ข้อ 2 กรณีผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามข้อ 1 ไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายและไม่ได้นำเงินภาษีที่ตนมีหน้าที่ต้องหักไปส่ง ณ ที่ว่าการอำเภอภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดผู้มีหน้าที่หักภาษีซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินต้องรับผิดร่วมกับผู้มีเงินได้ในการเสียภาษีที่ต้องชำระตามจำนวนเงินภาษีที่ไม่ได้หักและไม่ได้นำส่ง ตามมาตรา 54 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากรและต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่งโดยไม่รวมเบี้ยปรับ ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อ 10 กรณีผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามข้อ 1 ไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่ง หรือได้หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งแล้ว แต่ไม่ครบจำนวนที่ถูกต้องตามข้อ 2 ถึงข้อ 8 แต่ผู้มีเงินได้ได้นำเงินได้พึงประเมินตามจำนวนที่ไม่ได้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือตามจำนวนที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ไม่ครบ จำนวนที่ถูกต้อง ไปยื่นแบบแสดงรายการภาษี และชำระภาษีแล้ว ถือว่าผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นลูกหนี้ร่วม ของผู้มีหน้าที่หักภาษีณ ที่จ่าย ได้ชำระหนี้ภาษีแล้ว ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินจึง หลุดพ้นจากหนี้ภาษี เฉพาะเงินภาษีที่ต้องชำระต่อกรมสรรพากร ตามมาตรา 54 วรรคสอง แห่ง ประมวลรัษฎากร แต่ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายยังคงต้องรับผิดชำระเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือ เศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่งโดยไม่รวมเบี้ยปรับ ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร
การคำนวณเงินเพิ่มตามวรรคหนึ่ง ให้เริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการหรือนำส่งภาษี จนถึงวันที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษี และชำระภาษีครบจำนวนที่ถูกต้อง แต่เงิน เพิ่มที่คำนวณได้ไม่ให้เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่ง
หากหลักฐานในที่เกิดเหตุยืนยันได้ว่า ตัวแทนผู้รับโฆษณา และบริษัทสื่อโฆษณาได้นำรายได้ที่ได้รับจากท่านไปรวมคำนวณภาษีเงินได้ และยื่นแบบภงด. 50 ในแต่ละปีครบถ้วน เท่ากับว่าท่านพ้นจากความรับผิดในกรณีของเงินภาษีแล้ว แต่เรื่องของเงินเพิ่ม ยังคงถือเป็นหน้าที่ที่ ท่านต้องรับผิดชอบแต่การคำนวณเงินเพิ่มจะนับจนถึงวันที่ผู้มีเงินได้ยื่นแบบ ซึ่งน่าจะต่ำกว่าที่เจ้าหน้าที่ แจ้ง ทำให้ภาระที่เกิดจากความผิดพลาดทางภาษีของท่านน่าจะเบาลงได้มาก สุดท้ายลอง รวบรวมข้อมูล ที่เกี่ยวข้อง เช่น บัญชีแยกประเภทรายได้ / ใบเสร็จรับเงิน / ใบกำกับภาษี / งบการเงิน และภงด. 50 ของ ตัวแทนที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าได้นำเงินได้ดังกล่าวไปยื่นแบบครบถ้วนแล้วชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ และอธิบาย ให้เข้าใจเกี่ยวกับเจตนาของเราที่เข้าใจผิด ไม่ได้คิดหลบเลี่ยงภาษีน่าจะพอให้เรื่องยุติลงได้
หากแนวทางข้างต้นไม่สามารถทำให้เจ้าหน้าที่ยอมรับได้ หนทางสุดท้ายคงต้องสู้…ประเมิน โดยการอุทธรณ์การประเมิน ซึ่งเชื่อว่าหากพิสูจน์เจตนาของท่านได้รวมถึงตัวแทนได้ยื่นนำส่งภาษีครบถ้วนแล้วน่าจะทำให้มีโอกาสที่จะจ่ายเฉพาะเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มตามระยะเวลาที่ถูกต้องได้
หวังว่าแนวทางข้างต้นคงจะพอทำให้ท่านเห็นทางออกได้นะครับ
อ้างอิง http://www.thaicontractors.com

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: