ภาษี ในงานก่อสร้าง

โอนต่ำ…ภาษีต่ำ…จริงหรือ 3
ภาษี ในงานก่อสร้าง / การคำนวณภาษี
เรื่องของบุญลือ ถือเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อย ที่มักมองปัญหาเพียงด้านเดียว มักจะวางแผน และจัดการงานต่าง ๆ โดยคำนึงถึงประเด็นทางด้านภาษีเพียงด้านเดียว ประเภทจะทำอย่างไร … ไม่สน ขอเพียงให้เสียภาษีเงินได้ให้ต่ำที่สุดเป็นพอ ส่วนหนทาง … ข้างหน้าจะหรูหราหรือมีปัญหาอย่างไร … ไม่สน แต่ในที่สุดเรื่องไม่เป็นเรื่องก็เกิดขึ้นจนได้ เพราะเมื่อบุญลือได้ที่ดินมาอยู่ในครอบครองแล้ว ทีมงานบัญชีของบุญลือก็มีปัญหามาให้บุญลือแก้ไขแทบจะทันควัน โดยบุญเกิดทีมงานบัญชีได้เข้ามาสอบถามข้อเท็จจริงจากบุญลือว่า ราคาค่าที่ดินที่ซื้อขายมีมูลค่าเท่าไหร่ … กันแน่ เพราะสัญญาซื้อขายระบุมูลค่าเพียง 25 ล้านบาท ขณะที่หลักฐานการจ่ายชำระเงินค่าที่ดินระบุยอดเงินจำนวน 40 ล้านบาท บุญเกิดเกิดความสงสัยเป็นอย่างมากว่า เกิดอะไรขึ้นกับบุญลือ เพราะโดยปกติบุญลือไม่ค่อยพลาดเรื่องจ่ายเงิน หากจะพลาดมักจะเป็นกรณีที่จ่ายน้อยกว่าความเป็นจริง แต่นี่บุญลือกลับจ่ายเงินเกินไปจำนวน 15 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้
บุญลือต้องตกเป็นจำเลยของบุญเกิดอีกครั้ง โดยต้องมานั่งอธิบายเรื่องราวรายละเอียดเกี่ยวกับวาระซ่อนเร้นที่ตนเองได้ทำขึ้นมา ซึ่งพอฟังจบ บุญเกิดได้แต่ส่ายหัว และสรุปให้บุญลือเข้าใจว่า งานนี้หากจะบันทึกมูลค่าของที่ดินเป็น ทรัพย์สิน ในงบดุลของบริษัทฯ คงบันทึกได้เท่ากับ มูลค่าตามสัญญาซื้อขาย คือ 25 ล้านบาท … เท่านั้น ส่วนเงินจำนวน 15 ล้านบาท ที่ชำระเกินไปคงจะทำอะไรไม่ได้นอกจากบันทึกว่า บุญลือ ยืมเงินของบริษัทฯ ไปใช้ … เล่น และเพื่อให้บุญลือเห็นภาพที่ชัดเจน บุญเกิดจึงทำการบันทึกบัญชีให้ดู … ดังนี้
Dr. ที่ดิน 25,000,000.00

Cr. เงินฝากธนาคาร 25,000,000.00
Dr. ลูกหนี้เงินกู้ยืมกรรมการ 15,000,000.00

Cr. เงินฝากธนาคาร 15,000,000.00
ซึ่งเงินกู้ยืมกรรมการคงต้องดำเนินการ คิดดอกเบี้ยจากบุญลือ ตามระเบียบ(สรรพากร … กำหนด) แถมยังต้องคอยอธิบายกับผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ ที่ไม่เคยรู้เห็นการกระทำของบุญลือในเรื่องดังกล่าวที่อาจจะเกิดข้อสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นกับกิจการที่พวกเราได้ลงทุนไป ทำไมต้องให้บุญลือยืมเงินไปใช้ ทำไมไม่นำมาแบ่งปันให้กับผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ เป็นเงินปันผล และหากคำอธิบายของบุญลือไม่ชัดเจน หรือชัดเจนแต่ผู้ถือหุ้นไม่เชื่อใจจะดำเนินการอย่างไร
เพื่อยืนยันว่า … ไม่ได้คิดเองทำเองเหมือนบุญลือ สาส์นยืนยันในมือจึงถูกส่งให้อ่านความว่า
มาตรา 65 ทวิ (4) ในกรณีโอนทรัพย์สิน ให้บริการ หรือให้กู้ยืมเงิน โดยไม่มีค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือดอกเบี้ย หรือมีค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือดอกเบี้ยนั้น ตามราคาตลาดในวันที่โอนให้บริการหรือให้กู้ยืมเงิน
ตอกย้ำอีกครั้งด้ง
“การที่บริษัทให้บริษัทในเครือกู้ยืมเงินโดยไม่มีดอกเบี้ยตามข้อเท็จจริงดังกล่าว กรณีนี้ถือว่าไม่มีเหตุผลอันสมควร ดังนั้นเจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจ ประเมินค่าตอบแทน หรือดอกเบี้ยจากเงินกู้นั้นได้ตามราคาตลาด ในวันที่ให้กู้ยืมเงินตามมาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร … (กค 0802/7655 : 17 พฤษภาคม 2539)”
บุญเกิด อธิบายต่อไปถึงเหตุผลที่ไม่สามารถบันทึกมูลค่าที่ดินจำนวน 40 ล้านบาท ไปตามจำนวนเงินที่จ่ายออกไปได้ เพราะสัญญาซื้อขายที่ดินระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ราคาที่ซื้อขายตกลงกันไว้เพียง 25 ล้านบาท ดังนั้นการจ่ายชำระค่าที่ดินจึงต้องชำระเงินเพียง 25 ล้านบาท แต่ในข้อเท็จจริง บุญลือได้จัดทำเช็คสั่งจ่ายไป 40 ล้านบาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับมูลค่าที่กำหนดในสัญญาซื้อขาย ดังนั้นจึงต้องหาทางออกโดยบันทึกรายการ ลูกหนี้เงินกู้ยืมกรรมการ จำนวน 15 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนเงินที่จ่ายออกไปจริง และที่สำคัญทำให้สมการบัญชีของบุญเกิด กลับมาสู่ความสมดุลย์ และเป็นปกติสุข…อีกครั้ง
แต่สำหรับเงื่อนปมที่บุญลือได้ผูกเอาไว้ ย่อมพันจนทำให้เกิดปัญหาในอนาคตอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะหากบุญลือได้นำที่ดินดังกล่าว ไปขายให้กับบุคคลหรือบริษัทอื่นโดยที่ผู้ซื้อไม่ยอมให้แจ้งราคาซื้อขายในราคาที่ต่ำเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี หรือเพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าความเป็นจริงจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง บุญเกิดอธิบายให้บุญลือเห็นภาพที่ชัดเจน…อีกครั้ง ดังนี้
หากว่าบุญลือตกลงขายที่ดินดังกล่าวให้กับบริษัท ใบไม้หยิบมือ จำกัด ในราคา 50 ล้านบาท โดยที่ ดินดังกล่าวมีราคาประเมินเท่ากับ 30 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 5 เดือน หลังจากที่ได้ซื้อที่ดินดังกล่าวมาไว้ในครอบครองหลังจากที่ตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้นัดหมาย…จูงมือกันไปยังที่ที่ดินเพื่อทำนิติกรรม การโอนที่ดินให้เรียบร้อยสมดังเจตนารมณ์ของทุกฝ่าย หากแต่งานนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อนที่ผู้ขายต้องการที่จะทำสัญญาซื้อขายต่ำ และผู้ซื้อต้องการที่จะเสียค่าธรรมเนียม การโอนต่ำจึงได้ทำสัญญาซื้อขายในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงเพราะบริษัท ใบไม้หยิบมือ จำกัด เป็นบริษัทที่มีธรรมาภิบาลในการบริหาร …ชนิดที่รัฐบาลต้องการให้มี ทำให้การบริหารงานเป็นไปอย่างโปร่งใส ไม่มีการดำเนินการใดๆ เพื่อหาประโยชน์ทางด้านภาษี … ที่ไม่ถูกต้อง ทำให้บุญลือต้องจำใจแจ้งราคาขายที่ดินในราคาจริงคือ 50 ล้านบาท ดังนั้นค่าธรรม เนียม และภาษีเงินได้ที่เกิดขึ้นเป็น ดังนี้
คำนวณค่าธรรมเนียมโอน

ค่าธรรมเนียมโอน = อัตราค่าธรรมเนียม X ราคาซื้อขายที่ดิน
(ปัจจุบันลดอัตราค่าธรรมเนียมเหลือ 0.1 %) = 2 % X 50,000,000
= 1,000,000
คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
เนื่องจากบุญลือมีรายได้จากการขายที่ดิน จึงต้องนำรายได้จากการขายที่ดินมารวมกับเงินได้อื่นๆ ที่ได้รับในปีภาษีดังกล่าว และคำนวณภาษีเงินได้ในฐานะนิติบุคคลเพื่อให้บุญลือเห็นภาพที่ชัดเจน บุญเกิดจึงสมมติ … นะครับ … สมมติว่าบุญลือไม่มีรายได้ และไม่มีรายจ่ายอื่นใดในปีภาษีดังกล่าวเลย นอกจากรายได้จากการขายที่ดิน และรายจ่ายจากการซื้อที่ดิน ดังนั้นบุญลือจะต้องเสียภาษีเงินได้ปีนั้นเป็นเงินจำนวน 7,500,000.00 บาท

รายได้จากการขายที่ดิน 50,000,000.00 บาท

หักค่าใช้จ่ายในการซื้อที่ดิน 25,000,000.00 บาท

กำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้ 25,000,000.00 บาท

ภาษีเงินได้ (อัตรา 30 %) 7,500,000.00 บาท

พอเห็นภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จะต้องจ่ายชำระเท่านั้นล่ะเป็นได้เรื่องเพราะบุญลือถึงกับเกิดอาการน็อตหลุดโวยแหลกทันทีว่า เป็นไปได้ยังไงที่จะนำต้นทุนในการซื้อที่ดินมาหักเป็นค่าใช้ จ่ายได้เพียงแค่ 25 ล้านบาท เพราะไอ้ตอนที่จ่ายชำระเงินก็จ่ายเงินไปจริงเป็นเงินจำนวน 40 ล้านบาท ดังนั้นหากจะต้องเสียภาษีเงินได้ บุญลือยินดีที่จะจ่ายชำระภาษีเงินได้จำนวน 3.0 ล้านบาท (10,000,000.00 X 30 %) ไม่ใช่เจ็ดล้านห้าแสนบาท อย่างที่บุญเกิดกล่าวอ้างอย่างแน่นอน ขอให้บุญเกิดกลับไปทบทวน … ให้ถูกต้องไม่เช่นนั้น …โดนปลดภายใน 24 ชั่วโมง … ชัวร์
บุญเกิดรู้อยู่แล้วว่า บุญลือจะต้องคิดอย่างนี้แน่นอน เลยเตรียมข้อมูลเพื่อกระตุ้นความทรงจำไว้อย่างพร้อมมูล โดยหยิบสมการทางบัญชีเดิมมาแสดงให้บุญลือเห็นอีกครั้ง … ดังนี้
Dr. ที่ดิน 25,000,000.00
Cr. เงินฝากธนาคาร 25,000,000.00

Dr. ลูกหนี้เงินกู้ยืมกรรมการ 15,000,000.00
Cr. เงินฝากธนาคาร 15,000,000.00

โดยในตอนต้นจากการที่บุญลืออยากได้ที่ดินมาก เลยยอมทำสัญญาซื้อขายต่ำๆ เพื่อเอาใจผู้ขายแต่จ่ายเงินออกไปตามมูลค่าที่แท้จริง ทำให้ต้องบันทึกมูลค่าของที่ดินตามสัญญาซื้อขาย สำหรับผลต่างที่เกิดขึ้นได้นำไปบันทึกเป็นบัญชีลูกหนี้เงินกู้ยืมกรรมการไปแล้ว ดังนั้นต้นทุนของที่ดิน จึงเท่ากับมูลค่าตามสัญญาซื้อขายที่ได้บันทึกบัญชีไว้แล้วคือ 25 ล้านบาท หาใช่ 40 ล้านบาท อย่างที่บุญลือ … เข้าใจ (ผิด) แต่อย่างใด
ผลแห่งความผิดพลาดที่เกิดขึ้น … ที่เรียกกันว่า บกพร่อง … โดยสุจริตจะมีผลทำให้บุญลือต้องเดินทางไปลอนดอน … เมืองจีน … ญี่ปุ่น และอื่นๆ หรือไม่ รวมถึงจะแก้กรรมกันได้อย่างไร … คงต้องอดใจรอ … เล่มหน้า เพราะตอนนี้ก็เกินเนื้อที่ที่ได้รับสัมปทานมาแล้ว เดี๋ยวกอง … บ.ก. จะสั่งปลด … จะตกงานกันไปอีก … เอาไว้คราวหน้ารู้กัน
ด้วยรัก
นายภาษี

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: