ภาษี ในงานก่อสร้าง

โอนต่ำ…ภาษีต่ำ…จริงหรือ 4
ภาษี ในงานก่อสร้าง / การคำนวณภาษี
กรรมใด…ใครก่อ…ผลแห่งกรรม ย่อมตกอยู่กับผู้ก่อ อย่างไม่อาจปฏิเสธเหมือนกรณีของบุญลือ ที่อยากได้ที่ดินมาครอบครองมาก จนยอมทำทุกอย่างที่เป็นการผิดศีลธรรม…เอ๊ย ยอมทุกอย่างเพื่อให้ผู้ ขายยอมขายทีดิน ไม่ว่าจะสมรู้ร่วมคิดกันทำสัญญาซื้อขายให้ต่ำกว่าความเป็นจริง หรืออื่นๆ ซึ่งส่งผล กระทบให้การบันทึกบัญชีผิดเพี้ยนไป ก่อให้เกิดรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมกรรมการ อย่างไม่ตั้งใจแถม ท้ายตอนขายที่ดินยังมีกำไรสูงเกินควรทำให้เกิดโรค…ภาษีระบม ต้องรักษาด้วยเงินในกระเป๋าไปอีกนาน

เพราะจากการที่บุญลือทำสัญญาซื้อที่ดินในราคา 25 ล้านบาท เมื่อถึงคราว (เคราะห์) ที่บุญลือ ขายที่ดินโดยทำสัญญาซื้อขายในราคา 40 ล้านบาท ในด้านการบันทึกบัญชี จะมีผลทำให้บุญลือมีกำไร จากการขายที่ดินจำนวน 15 ล้านบาทอย่างแน่นอน ซึ่งบุญเกิดได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ด้วยสมการ บัญชี (อีกแล้ว) ดังนี้

Dr. เงินฝากธนาคาร 50,000,000.00
Cr. ที่ดิน 25,000,000.00
Cr. กำไรจากการขายที่ดิน 25,000,000.00

กำไรย่อมต้องเป็นกำไร อย่างไม่อาจหลีกเหลี่ยงได้ ส่วนสาเหตุที่ บุญลือ กำไรมากกว่าที่ควรจะ เป็น เนื่องจากบุญลือต้องการลดภาระทางภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับผู้ขายที่ดิน เพื่อให้ผู้ขายที่ดิน ตัดสินใจขายที่ดินให้ ทำให้บุญลือต้องบันทึกต้นทุนของที่ดินในราคาที่ต่ำเกินกว่าความเป็นจริง ซึ่งหาก ว่าไปแล้ว หากบุญลือ…รู้สักนิด บุญลือคงไม่ต้องมาระทมทุกข์กับภาระภาษีเงินได้ที่สูงเกินกว่าความเป็น จริง ซึ่งหากว่าไปแล้ว หากบุญลือ…รู้สักนิด บุญลือคงไม่ต้องมาระทมทุกข์กับภาระภาษีเงินได้ที่สูงเกิน กว่าความเป็นจริงเนื่องจาก คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 100/2543 ข้อ 5 กำหนดไว้ว่า
“การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการขายอสังหาริมทรัพย์นั้น ให้คำนวณจากราคาขาย อสังหาริมทรัพย์ที่เจ้าพนักงานประเมินกำหนดขึ้น ในกรณีโอนกรรมสิทธิ์ หรือถือสิทธิครอบครองใน อสังหาริมทรัพย์โดยมี หรือไม่มีค่าตอบแทน ไม่ว่าราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของอสังหา- ริมทรัพย์นั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม โดยถือตามราคาประเมินทุนทรัพย์ ทั้งนี้ก็เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจด ทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งเป็นราคาที่ใช้อยู่ในวันที่มีการทำการโอนนั้นตาม มาตรา 49 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร”

บุญเกิดสรุปว่า ในตอนทำสัญญาซื้อขายกับบุญหนัก ไม่ว่าบุญลือ จะทำสัญญาซื้อขายตามมูล ค่าที่แท้จริง หรือมูลค่าที่ต่ำกว่า หรือแม้แต่มูลค่าที่สูงกว่าความเป็นจริง ล้วนแต่ไม่มีผลต่อค่าธรรมเนียม โอนและภาษีเงินได้นิติบุคคลธรรมดาแต่อย่างใด เพราะในการคำนวณค่าธรรมเนียมโอน และภาษีเงินได้ เจ้าหน้าที่จะคำนวณโดยใช ้ราคาประเมินของกรมที่ดินเป็นฐานในการคำนวณ ดังนั้นการทำสัญญา ซื้อขายที่ต่ำกวา่ จึงไม่มีผลในการประหยัดภาษี อย่างที่บุญลือ และบุญหนักสมรู้ร่วมคิดกันมาแต่อย่าง ใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุญหนักขายที่ดินที่ได้รับจากมรดก ไม่ได้ประกอบกิจการด้านการค้าขายที่ดินแต่ อย่างใด ยิ่งไม่ต้องนำรายได้จากการขายที่ดินไปรวมคำนวณกับเงินได้อื่นๆ ที่ได้รับ เพื่อไปเสียภาษีเงิน ได้บุคคลธรรมดาอีกครั้ง ดังนั้น การทำสัญญาซื้อขายที่ต่ำกว่าความเป็นจริง นอกจากบุญหนักจะไม่ได้ รับประโยชน์แล้ว บุญลือก็ยังไม่ได้รับประโยชน์ แถมยังต้องแบกรับภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลที่สูงกว่า ความเป็นจริงโดยที่ไม่รู้ตัวอย่างที่เป็นอยู่…

ทิ้งท้ายในวันนั้น บุญเกิดสรุปอีกครั้งเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า หากบริษัท ใบไม้หยิบมือ จำกัด ยินยอมที่จะทำตามความปรารถนาของบุญลือ โดยทำการเซ็นสัญญาซื้อขายที่ต่ำกว่าความเป็นจริง เช่น ทำสัญญาซื้อขายในราคา 35 ล้านบาท เพื่อให้บุญลือมีกำไรเท่ากับ 10 ล้านบาท ตามความเป็นจริง แต่ บุญลือได้รับเงินจริงจำนวน 50 ล้านบาท การบันทึกบัญชี…ที่ถูกต้อง จะเป็นดังนี้

Dr. เงินฝากธนาคาร 35,000,000.00
Cr. ที่ดิน 25,000,000.00
Cr. กำไรจากการขายที่ดิน 10,000,000.0
Dr. เงินฝากธนาคาร 15,000,000.00
Cr. เจ้าหนี้เงินกู้กรรมการ 15,000,000.00

โดยสำหรับเงินส่วนเกินที่ได้รับมาจำนวน 15 ล้านบาท บุญลือ อาจจะเลือกที่จะบันทึกบัญชีเป็น การชำระคืนเงินกู้ยืมจากกรรมการ (รับชำระคืน ลูกหนี้เงินกู้กรรมการจำนวน 15 ล้านบาท) ซึ่งการบันทึก บัญชีจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง…ดังนี้

Dr. เงินฝากธนาคาร 35,000,000.00
Cr. ที่ดิน 25,000,000.00
Cr. กำไรจากการขายที่ดิน 10,000,000.00

Dr. เงินฝากธนาคาร 15,000,000.00
Cr. ลูกหนี้เงินกู้กรรมการ 15,000,000.00

เพียงเท่านี้ บุญลือก็จะมีกำไรสุทธิ จากการขายที่ดินถูกต้องตามความเป็นจริง แม้จะทำสัญญา ซื้อขายกันต่ำแสนต่ำกว่าความเป็นจริงสักเพียงไหนก็ตาม เพียงแต่ว่าบุญลืออาจจะต้องตอบคำถาม ผู้ถือ หุ้นรายอื่นๆ ให้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับกิจการอันเป็นที่รักของพวกเขา เพราะอยู่ดีๆ บุญลือ ก็มายืมเงินไปใช้ และสักพักก็นำเงินมาคืน ที่สำคัญ หากผู้ถือหุ้นเกิดไม่รับรู้เรื่องที่บุญลือ ทำสัญญาซื้อที่ดินในราคาที่ต่ำ กว่าเป็นจริง แต่รับรู้ว่า บุญลือทำสัญญาขายที่ดินในราคาต่ำกว่าความเป็นจริงจะเกิดอะไรขึ้น เพราะเท่า กับผู้ถือหุ้นต้องรับรู้ว่า บุญลือซื้อที่ดินมาในราคา 25 ล้านบาท และได้ขายที่ดินออกไปในราคา 50 ล้าน บาท ดังนั้น บริษัทฯ ต้องมีกำไรจากการขายที่ดิน 25 ล้านบาท จะเกิดอะไรขึ้นกับบุญลืองไม่ต้องอธิบาย นะครับผู้อ่านทุกท่าน …
แต่ที่สำคัญ บุญลือจะทำไปเพื่ออะไร เพราะในด้านของการบริหารธุรกิจ การประหยัดภาษี ไม่ใช่ ประเด็นเดียวที่ผู้ประกอบการจะต้องคำนึงถึง หากแต่เป็นเรื่องของการบริหารงานที่ถูกต้องมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดกำไรสูงสุด และเสียภาษีเงินได้ในอัตราต่ำ แต่ต้องมีความถูกต้องดำเนินควบคู่กันไปด้วย ไม่ใช่ เหมือนกรณีของบุญลือที่คิดแต่จะประหยัดภาษีอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นเลย ผลสุด ท้ายภาษีที่คาดว่าจะประหยัดได้ กลับกลายเป็นต้องรับภาระภาษีที่สูงกว่าที่ควรจะเป็น ดีไม่ดี อาจจะได้ รับรางวัลเป็น มงกุฏ คฑา และสายสพายครบชุด โดยไม่ต้องไปประกวดที่เวทีไหนเลยยกเว้นเวที… ภาษี ของกรมสรรพากร ซึ่ง ยินดีมอบให้ด้วยความเต็มใจ บุญเกิดย้ำให้บุญลือฟังอย่างหนักแน่น และก็ได้แต่ ภาวนาอย่าให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆ คิดง่ายๆ เหมือนอย่างที่บุญลือคิดอีกเลย…สาธุ
ด้วยรัก
นายภาษี
อ้างอิง http://www.thaicontractors.com

ป้ายกำกับ: ,

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “ภาษี ในงานก่อสร้าง”

  1. ขายที่ดินเชียงใหม่ Says:

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับผม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: