ภาษีในงานก่อสร้าง

รับรู้…รับเหมา
ในช่วง 2 – 3 วันที่ผ่ามา มีเหตุทำให้ต้องเดินทาง เพื่อไปบรรยายให้ความรู้ทางด้านบัญชี และภาษีอากรให้บรรดาเถ้าแก่ และบรรดาว่าที่เถ้าแก่ทั้งหลายได้ฟัง ซึ่งวัตถุประสงค์ในการบรรยายเป็นการนำเสนอให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องต่อหลักการทางด้านบัญชี และภาษีอากรกันบ้าง ไม่ใช่เอะ อะ…อะไรก็ไม่รู้ ลูกเดียว หรือไม่ก็ไปถามนักบัญชี….อีกลูกนึง
จำได้ว่าการบรรยายในวันนั้นเริ่มต้นด้วย เรื่องราวของการรับรู้รายได้ และค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์สิทธิ์ ซึ่งพอจะสรุปอีกครั้งให้จำได้ขึ้นใจว่า
ถึงตอนนี้ผู้เข้าอบรมทั้งหมดเข้าใจ และเห็นใจ และมีอารมณ์ร่วมกันกับนายสมปองแบบเต็มที่พากันเชียร์ให้…หยุดกิจการไปก่อนที่จะเสียหายมากไปกว่านี้ เพราะภาษีเงินได้ที่ต้องชำระในปีแรก ยังมากกว่าเงินได้ที่ได้รับมาซะอีก…จะทำไปทำไม
– รายได้เกิดขึ้นในปีใด ไม่ว่าจะรับเงินหรือไม่ได้รับเงิน ต้องนำรายได้จำนวนดังกล่าวมารวมคำนวณ เพื่อเสียภาษีเงินได้ในปีนั้น
– รายจ่ายเกิดขึ้นในปีใด ไม่ว่าจะได้จ่ายเงินหรือยังไม่ได้จ่ายชำระเงิน ต้องนำรายจ่ายดังกล่าวมารวมคำนวณ เพื่อเสี่ยภาษีเงินได้ในปีนั้น

ในช่วงระหว่างที่บรรยาย…เถ้าแก่ทั้งหลายล้วนแล้วแต่ตั้งอกตั้งใจฟัง ก้มหน้าก้มตาจดกันอย่างเมามัน แต่พอจะรู้สึกได้ถึง…รังสีอำมหิตที่แผ่กระจายไปทั้งห้องได้ว่างานนี้…อันตราย
ปัง…! เปล่าครับ ไม่มีใครโดนยิง แต่เกิดจากการที่ผู้เข้าอบรมท่านหนึ่งต้องการจะลุกขึ้นถาม แต่อารามด้วยความรีบร้อนเลยทำให้โต๊ะล้ม พอจัดการกับโต๊ะเจ้ากรรมเรียบร้อย แกก็ยกปืน…ไม่ใช่ครับ ยกมือขึ้นถามด้วยน้ำเสียงค่อนข้างหงุดหงิด แถมนัยน์ตาแกดูจะขวาง ๆ ชอบกลว่า
หากนิติบุคคลต้อง รับรู้รายได้ตามเกณฑ์สิทธิ (Accrual Basic) ตามที่บอกแล้วล่ะก็ ธุรกิจของแกก็มีสิทธิเหมือนกันคือ มีสิทธิ…เจ๊ง…. จะสามารถรับรู้รายได้ด้วยวิธีอื่นได้หรือไม่ เพราะหากไม่มีทางเลือกแกจะดำเนินการปิดบริษัทเลิกกิจการ และหันไปขายปลาท่องโก๋ และรับรู้รายได้ตามเกณฑ์เงินสด…ดีกว่า
ใจเย็น ๆ ครับเฮีย อย่างเพิ่งใจร้อน เดี๋ยวน้องจะไขข้อข้องใจให้ฟัง ซึ่งหลังจากปลอบอกปลอบใจกันให้หายหงุดหงิดเรียบร้อยแล้ว เลยต้องขอให้แจ้งชื่อเสียงเรียงนามพร้อมทั้งสาเหตุที่ทำให้แกได้รับสิทธิ…เจ๊ง ตามที่แกว่า ซึ่งพอจะสรุปความได้ว่า
นายสมปอง ประกอบธุรกิจด้านรับเหมาก่อสร้าง โดยงานส่วนใหญ่จะเป็นการสร้างบ้านหรูมีระดับ และอาคารสำนักงาน โดยที่มูลค่าก่อสร้างแต่ละงานค่อนข้างสูง แต่จะต้องใช้ระยะเวลาในการสร้าง 2 – 3 ปี กว่างานการก่อสร้างจะแล้วเสร็จ ซึ่งหากต้องรับรู้รายได้และรายจ่ายตามเกณฑ์สิทธิ แกคงต้องใช้สิทธิ…เจ๊ง ทันที
นายสมปอง เล่าต่อด้วยความระทมทุกข์ว่า ในปีนี้ซึ่งเป็นปีแรกของการเริ่มต้นธุรกิจ ซึ่งก็เริ่มมีแวว…รวย โดยได้รับงานก่อสร้างอาคารสำนักงานมูลค่ากว่า 100,000,0000 บาท ซึ่งคาดว่าจะเวลาในการก่อสร้างรวมระยะเวลา 3 ปี หากนายสมปองต้องรับรู้รายได้ตามเกณฑ์สิทธิ โดยรับรายได้จำนวน 100 ล้านบาท ทั้งจำนวน เท่ากับว่าในปีที่ 1 นายสมปองจะมีกำไร…มหาศาล และสิ่งที่แน่นอนคือ ภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลจะต้องมหาศาลไปด้วย ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวสร้างความเจ็บปวดให้กับนายสมปองเป็นอย่างมาก เพราะเงินค่าก่อสร้างเพิ่งได้รับมานิดเดียว แต่ต้องมาเสียภาษีแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย นายสมปองสรุปตอนท้ายก่อนจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะว่า ภาษีน่ะไม่กลัวหรอก กลัวแต่ว่าจะไม่มีเงินจ่ายเท่านั้นเอง…
ก่อนที่ผู้เข้าอบรมจะพากันเศร้าใจและทุกข์ระทมไปกับเรื่องของนายสมปอง เราไปดูกันข้อเท็จจริงกันก่อนโดยมูลค่างานที่เสนอลูกค้าคือ 100,000,000 บาท ซึ่งได้ประมาณการรายจ่ายไว้ที่ 85,000,000 บาท ซึ่งสมปองได้ส่งประมาณการผลการดำเนินงาน กำไรขาดทุน และภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลตามที่คิดไว้มาให้ดูดังนี้
ปีที่ 1 ปีที่ 2 ปีที่ 3
รายได้ 100,000,000 – –
หัก ต้นทุนค่าก่อสร้าง 25,000,000 30,000,000 30,000,000
กำไร (ขาดทุน)สุทธิ 75,000,000 (30,000,000) (30,000,000)
ภาษีเงินได้ 30% 22,500,000
– – ข
ในปีแรกของการดำเนินธุรกิจของนายสมปอง ปรากฎว่าจะต้องจ่ายชำระภาษีเงินได้สูงถึง 22.5 ล้านบาท ขณะที่ปีที่ 2 และปีที่ 3 ไม่ต้องเสียภาษีเนื่องจากขาดทุนจากการดำเนินงานซึ่งดูเผิน ๆ คงไม่แปลกอะไร เพราะหากไม่เสียภาษีในปีแรกก็ต้องเสียในปีที่ 2 และปีที่ 3 อยู่ดี แต่ประเด็นที่สร้างความระทมทุกข์ให้นายสมปองอยู่ที่ว่า เพิ่งได้รับเงินค่อก่อสร้างมาเพียง 25,000,000 บาท แต่ต้องหักเงินประกันผลงานไว้ 20% เท่ากับได้รับเงินมาเพียง 20,000,00 บาท

หลังจากปลุกเร้าให้ทุกคนเกิดอารมณ์กับนายสมปองเต็มที่แล้ว ผมสรุปว่านายสมปองยังไม่ต้องใช้สิทธินั้นแต่อย่างใด เพราะเรื่องราวของการรับรู้รายได้ตามเกณฑ์สิทธิ และเกณฑ์เงินสด เป็นเพียงหนึ่งในหลาย ๆ วิธีที่ใช้กันเท่านั้น แต่สำหรับกิจการรับเหมาก่อสร้าง ที่นายสมปองทำอยู่ ถือเป็นการให้บริการที่เกินกว่า 1 รอบระยะเวลาบัญชี สามารถรับรู้รายได้โดยใช้ เกณท์สัญญาระยะยาว (Long-Term Contract) ซึ่งหนึ่งในวิธีการรับรูรายได้ ตามเกณฑ์นี้ คือ
รับรู้รายได้. . . ตามส่วนของงานที่ทำเสร็จ (Percentage of Completion Method)
ถือเป็นหลักยุติธรรม และเป็นทางออกที่ดีให้กับนายสมปอง และผู้รับเหมาอีกหลายราย ที่จะไม่ต้องนำรายได้ตามสัญญาก่อสร้าง มารวมคำนวนเพื่อเสียภาษีในครั้งเดียว แต่ให้คำนวนหารายได้ในแต่ละรอบบัญชี ตามสัดส่วนของงานที่ทำเสร็จ และให้นำรายได้ที่คำนวณหาได้นั้นมารวมคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อเสียภาษีต่อไป
สำหรับการคำนวณหารายได้ใแต่ละรอบบัญชี ก็ไม่มีอะไรยาก เพียงแต่ นายสมปอง นำข้อมูลที่มีอยู่ เช่น
– ประมาณการต้นทุนงานก่อสร้างรวม
– ต้นทุนงานก่อสร้างที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละปี
– รายได้ตามสัญญาก่อสร้างรวม
– อัตราส่วนงานก่อสร้างในแต่ละปี
– รายได้ที่ต้องรับรู้ในแต่ละปี
เพียงเท่านี้รายได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีในแต่ละปีก็สอดคล้องกับความเป็นจริงธุรกิจแล้ว สำหรับวิธีการคำนวณก็ไม่ยุ่งยากอะไร ลองไปดูตัวอย่างเพื่อประยุกต์ใช้กัน
อัตราส่วนงานก่อสร้างในแต่ละปี
อัตราส่วนงานก่อสร้าง = ต้นทุนงานก่อสร้างในแต่ละปี x 100
ต้นทุนรวม

เช่นหากการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามข้อมูลที่ประมาณการไว้ โดยต้นทุนในการก่อสร้างที่เกิดขึ้นในแต่ละปีเป็นดังนี้
ปีที่ 1 = 25,000,000, ปีที่ 2 = 30,000,000, ปีที่ 3 = 30,000,000
จากข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง จะสามารรับรู้รายได้ และต้นทุนตามอัตราส่วนของงานที่แล้วเสร็จได้ดังนี้
ปีที่ 1

= 25,000,000 x 100
85,000,000 = 29.42%
ปีที่ 2

= 30,000,000 x 100
85,000,000 = 35.29%
ปีที่ 3

= 30,000,000 x 100
85,000,000 = 35.29%

รายได้ที่ต้องรับรู้ในแต่ละปี
จากอัตราส่วนงานก่อสร้างในแต่ละปีที่คำนวณได้ เมื่อนำไปคูณกับมูลค่าก่อสร้างตามสัญญาก็จะได้รายได้ในแต่ละปี ดังนี้

รายได้ที่ต้องรับรู้ = มูลค่าก่อสร้างตามสัญญา x อัตราส่วนงานก่อสร้าง

ปีที่ 1 = 100,000,000 x 29.42% = 29,420,000

ปีที่ 2 = 100,000,000 x 35.29% = 35,290,000

ปีที่ 3 = 100,000,000 x 35.29% = 35,290,000
เมื่อนายสมปองคำนวณหารายได้ที่ต้องรับรู้ในแต่ละปีเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถที่จะนำรายได้ไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีได้อย่างถูกต้องตามกติกาต่อไป
ปีที่ 1
ปีที่ 2
ปีที่ 3

รายได้ 29,420,000
35,290,000
35,290,000

หัก ต้นทุนงานก่อสร้าง 35,000,000
30,000,000
30,000,000

กำไร(ขาดทุน) 4,420,000
5,290,000
5,290,000

บอกเล่ามาถึงตอนนี้ เหลือบมองเห็นนายสมปองหลับตาพริ้มอย่างเป็นสุข เข้าใจว่าแกคงหาทางออกให้กับชีวิตตนเองได้บ้างแล้ว ตั้งใจว่าจะเอ่ยปากถามว่าเข้าใจหรือไม่อย่างไร ปรากฎว่า แกผงกหัวให้รู้ว่าเข้าใจแล้ว เลยต้องตัดใจวางไมค์ยุติการบรรยายในวันนั้น เพราะเหลือบมองดูเวลาอีกครั้ง ปรากฎว่าเข้าใกล้สี่ทุ่มไปทุกขณะ เลยต้องแยกย้ายกันกลับไปนอนบ้านใครบ้านมัน เต่เชื่อว่าเรื่องของนายสมปองน่าจะมีประโยชน์กับผู้อบรมหลาย ๆ ท่าน ไม่มากก็น้อย เพราะบรรยากาศการลาจากในวันนั้นไม่ปรากฎรังสีอำมหิต…แต่อย่างใด
นายภาษี
อ้างอิง http://www.thaicontractors.com

Advertisements

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: