มาตรฐานการควบคุมงานก่อสร้างอาคารเขียว 3

มาตรฐานการควบคุมงานก่อสร้างอาคารเขียว 3 (Construction Management for Green Buildings 3)
ในการบริหารงานก่อสร้างอาคารเขียวนอกเหนือจากการระมัดระวังการแพร่กระจายของสารพิษจากการก่อสร้างอาคารสู่สิ่งแวดล้อมและคนงานก่อสร้างแล้ว การก่อสร้างอาคารเขียวยังมีข้อคำนึงถึง ที่สำคัญมากๆ ก็คือการจัดการขยะที่มาจากการก่อสร้าง (Construction Waste Management) ซึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ทำการประเมินปริมาณขยะ และพบว่า 40% ของปริมาณขยะทั้งประเทศมาจากกระบวนการก่อสร้างอาคาร ทั้งในด้านการรื้อถอนทำลายอาคารเก่า และการก่อสร้างอาคารใหม่ ซึ่งประมาณขยะจำนวนมหาศาลเหล่านี้จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมาในการที่จะต้องย่อยสลาย ทำลาย ซึ่งมักจะหนีไม่พ้นการฝังกลบที่สร้างสารพิษในดิน น้ำใต้ดิน แหล่งน้ำ พื้นที่สีเขียว ที่หายไป หรือการนำไปเผาจนสร้างมลภาวะทางอากาศ
นอกจากนี้ในการออกแบบก่อสร้างอาคารใหม่แทนที่อาคารเดิมที่กำลังจะถูกทำลายลง มักไม่ได้คำนึงว่า ชิ้นส่วนอาคารเก่าจะสามารถนำมาถูกใช้ใหม่ (Reuse) ในอาคารที่กำลังจะสร้างได้อย่างไร อย่างมากก็แค่วางแผนการนำของเก่าไปเข้ากระบวนการย่อยสลายเพื่อนำมาผลิตเป็นวัสดุชิ้นใหม่ (Recycle) ซึ่งกระบวณการรีไซเคิลนี้ต้องใช้พลังงาน และผ่านกระบวนการที่ซับซ้อน ส่งผลให้วัสดุที่ มาจากกระบวนการรีไซเคิลมีราคาสูง อย่างไรก็ดีการนำเศษซากอาคารเก่า (ConstructionDebris) มาใช้ประโยชน์จริงๆ จะสามารถช่วยลดค่าก่อสร้างในแง่ของการลดปริมาณขยะที่จะต้องเสียค่าธรรมเนียมการกลบผังขยะ หรือค่าเผาขยะซึ่งหากผู้บริหารงานก่อสร้างมีความต้องการนำขยะจากการก่อสร้างมาใช้ประโยชน์จริงๆ จะต้องดำเนินการตามวิธีต่อไปนี้
1.วางแผนการคัดแยกขยะระหว่างขยะที่จะนำไปใช้ใหม่ได้ทันที (Reusable) ขยะที่นำไปย่อยสลายในโรงงานผลิต (Recyclable) และขยะที่ไปไหนไม่ได้นอกจากเข้าสู่กระบวนการฝังกลบ หรือเตาเผา ผู้บริหารการก่อสร้างจะต้องจัดเตรียมพื้นที่ที่รองรับการแยกขยะเหล่านี้ และเตรียมพนักงานที่ทำหน้าที่แยกขยะ พร้อมกับประสานงานกับผู้มารับซื้อขยะเข้ามาขนไปเป็นระยะ ๆ
2. ขยะจากการรื้อถอนอาคารเก่าที่จะนำไปใช้ใหม่ได้ทันที (Reuse) เช่น ไม้ หรือหินแกรนิต มักจะมีมูลค่าในการขายต่ออยู่แล้ว ซึ่งผู้ก่อสร้างมักจะให้การระมัดระวังในการรื้อถอนแต่ขยะบางจำพวกเช่น แผ่นกระจก หรือแผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูป มักจะไม่นิยมนำไปใช้ใหม่ แต่หากจะนำไปใช้ใหม่ก็จะต้องระมัดระวังเรื่องการรื้อถอนที่จะไม่ไปทำความเสียหาย ในกรณีของแผ่นคอนกรีต Hollow Core สามารถนำไปใช้ทำพื้นโรงจอดรถบรรทุกได้ ส่วนกระจกหน้าต่าง ถ้าเป็นกระจกตัดแสงสีชาที่เคยเป็นที่นิยม เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วก็มีบางอาคารที่ได้พยายามนำไปใช้เป็นอุปกรณ์กันแดดกันฝนให้อาคารที่กำลังจะสร้างใหม่
3. ติดต่อหน่วยงาน หรือองค์กรที่รับบริจาคสิ่งของเหลือใช้ให้เข้ามาดูอาคารเก่าว่ามีสิ่งใดที่องค์กรเหล่านั้น คิดว่ามีประโยชน์ต่อเขา บางครั้งอาจจะเป็นหลอดไฟ แผงวงจรอิเลคโทรนิคหรือแม้แต่ท่อน้ำ ท่อ PVC ซึ่งก็มีประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งผู้ออกแบบ หรือผู้ก่อสร้างไม่อาจทราบได้ในประเทศสหรัฐอเมริกา มีองค์กรชื่อเรียกว่า Habitat for Humanity ที่เป็นองค์การการกุศลรับบริจาควัสดุก่อสร้าง สิ่งของเหลือใช้ เพื่อมาสร้างบ้านพักอาศัยให้ผู้มีรายได้น้อย สำหรับประเทศไทยยังไม่มีองค์กรลักษณะนั้นอย่างชัดเจน มีเพียงมูลนิธิวัดสวนแก้วที่ยังรับบริจาคข้าวของเหลือใช้ทุกประเภท ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นวัสดุก่อสร้างอาคารเพื่อนำไปปลูกสร้างอาคารใหม่ ๆ
4. ติดตามเส้นทางและคำนวณปริมาณของขยะเหล่านั้นว่า ไปสู่แหล่งไหนเท่าไหร่เพื่อเก็บเป็นข้อมูลในอนาคตว่าจะวางแผนรื้อถอนทำลายอาคารเก่าอย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์จากขยะที่จะเกิดขึ้นมากที่สุด นอกจากนี้ ข้อมูลที่ได้หากนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะก็จะมีผลต่อการเลือกใช้วัสดุ และวิธีการก่อสร้างของผู้ออกแบบอาคารใหม่ให้เลือกใช้วัสดุและวิธีการที่ในอนาคตข้างหน้า อาคารเหล่านั้นสามารถจะนำไปแยกชิ้นส่วนใช้สร้างอาคารใหม่ให้ได้มากที่สุด (เช่นการใช้วิธีการก่อสร้างสำเร็จรูป Prefabrication)
5. จัดให้มีการศึกษาแก่บุคลากรที่ดูแลในเรื่องการคัดแยกขยะจากการก่อสร้าง โดยอาจจะขอความร่วมมือจากบริษัทรับซื้อขยะเข้ามาให้คำแนะนำแนวทางการควบคุมการก่อสร้าง หรือรื้อถอนทำลายอาคารเก่าเพื่อให้เกิดการคัดแยกขยะจากซากอาคารนำมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด
สภาอาคารเขียวแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Green Building Council)ได้เล็งเห็นความสำคัญของการคัดแยกขยะจากกิจกรรมการก่อสร้างอาคาร จึงได้กำหนดมาตรฐานการประเมินอาคารเขียว LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ให้มีการให้คะแนนแก่อาคารที่พยายามนำขยะจากการก่อสร้างมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดโดยการกำหนดในหัวข้อ Building Reuse และ Construction Waste Management ไว้ ทั้งนี้อาคารที่จะได้คะแนนในหัวข้อนี้จะต้องมีการพยายามใช้โครงสร้างอาคารเก่าในส่วนของผนัง พื้น และหลังคา (ไม่รวมหน้าต่าง) ให้ได้อย่างน้อย 75% – 95% (นับตามพื้นที่ผิว หรือ surface area) สำหรับงานตกแต่งภายในหากในอาคารที่จะก่อสร้างใหม่มีการใช้ผนังกั้นห้อง ประตูภายในวัสดุปูพื้น และฝ้าเพดานของเดิมได้ถึง 50% (นับตามพื้นที่) ก็จะได้คะแนนในหัวข้อนี้เพิ่มเติม นอกจากนี้ ในส่วนของการคัดแยกขยะมาใช้ใหม่นั้น หากการก่อสร้างอาคารสามารถคัดแยกขยะมาใช้ประโยชน์ได้นอกเหนือจากการส่งไปฝังกลบ หรือเผาทำลาย ได้เป็นปริมาณหรือน้ำหนัก เกิน 50% – 75% ของขยะที่เกิดขึ้นก็จะได้คะแนนในหัวข้อนี้ ทั้งนี้ไม่นับดินที่ขุดขึ้นมาจากสถานที่ก่อสร้าง
สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันได้มีธุรกิจรับซื้อขยะเกิดขึ้นแล้ว ได้แก่โรงแยกขยะวงศ์พานิชย์ ที่มีรายได้มหาศาลจากขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ซึ่งวัสดุหลัก ๆ ที่รับซื้อจะได้แก่ เหล็ก โลหะต่าง ๆ กระดาษ แก้ว พลาสติค รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า ๆ ซึ่งขยะจากการรื้อถอนซากอาคารเก่า หรือขยะของเหลือจากการสร้างอาคารใหม่ล้วนมีมูลค่าขายได้ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดค่าก่อสร้างอาคาร ค่าใช้จ่ายในการฝังกลบ หรือเผาทำลาย แล้ว ยังช่วยรักษาสภาพแวดล้อมของโลกโดยการลดการขุดเจาะวัตถุดิบจากใต้พื้นโลกซึ่งก็คือคาร์บอนมาเพิ่มบนบรรยากาศโลกนั่นเอง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อรรจน์ เศรษฐบุตร
ประธานกรรมาธิการ Green Building สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์
อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อ้างอิง http://www.thaicontractors.com

Advertisements

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: