IMF

เรื่องนี้ IMF ไม่เกี่ยว
ประสบการณ์งานช่าง / ประสบการณ์งานช่าง 2
ประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤตด้านเศรษฐกิจครั้งใหญ่อีกครั้ง ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา ทั้งนี้เพราะเอกชนไทยกู้เงินจากต่างประเทศมาสร้างโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จำนวนมาก และมีการปั่นตลาดกันยกใหญ่ โครงการจำนวนมากมายหลายแห่งที่ทำแล้วขายไม่ได้ เมื่อถึงเวลาที่เจ้าหนี้เขาเรียกเงินกู้คืนตามกำหนดจึงไม่มีเงินจ่ายคืนเขา โครงการจึงต้องล้มไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งๆ ที่หลายโครงการก็เป็นโครงการที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว ช่วงเวลานั้นค่าของเงินดอลลาร์ได้เปลี่ยนแปลงจากดอลลาร์ละ 26 บาท เป็นสูงสุดประมาณ 56 บาท ขณะที่เขียนนี้ (2542) เงินบาทแข็งค่าขึ้นแล้วเป็นประมาณ 37 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้มีนักธุรกิจฆ่าตัวตายกันมากในช่วงนั้น เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาพิษเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดได้

นี่เป็นอุทธาหรณ์อย่างดีสำหรับผู้ที่ใช้เงินตราต่างประเทศ โดยไม่มีการประกันอัตราการแลกเปลี่ยน รัฐบาลขณะนั้นต้องสั่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสู้ค่าเงินอยู่พักหนึ่ง จนสู้ไม่ไหวแล้วจึงยอมให้ค่าเงินบาทลอยตัว ทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อตามมาอย่างรุนแรง จนเป็นเหตุให้มีคนต้องฆ่าตัวตายหนีปัญหาเป็นจำนวนไม่น้อย

เมื่อมีคนฆ่าตัวตายกันมาก ฝ่ายฆราวาสออกมาปลอบใจก็ไม่สำเร็จ ฝ่ายสงฆ์ท่านก็ต้องออกมาช่วย ท่านปัญญานันทภิกขุ หรือพระราชนันทมุนี แห่งวัดชลประทานรังสฤษฏิ์ ได้ให้ข้อคิดว่า “ถ้าเกิดปัญหามากๆ ให้ดูคนที่ด้อยกว่าเปรียบเทียบ จะได้ไม่คิดท้อถอย” ท่านใช้คำพูดว่า ให้ดูแล้วจะเห็นว่า “ไอ้หมอนั่นมันแย่กว่าเรา” และถ้าคิดอย่างนี้แล้ว เหตุการณ์ยังแย่อยู่ ก็ให้ใช้ไม้ตายว่า “เป็นไงเป็นกัน” แล้วสู้ต่อ

จากการที่ท่านปัญญาฯ ได้แนะอย่างนี่จึงมีผู้ผูกนิทานยุค IMF ขึ้นว่า มีกระทาชายนายหนึ่งคิดฆ่าตัวตาย โดยจะกระโดดจากตึก 10 ชั้น ฝ่ายเพื่อนฝูงพี่น้องก็ได้พยายามทัดทานเท่าใด ก็ไม่สามารถทำให้เขาเปลี่ยนความคิดได้ แต่ก่อนที่ชายคนนั้นจะโดดตึกลงมาเบื้องล่าง เขาเกิดสังเกตุเห็นว่า มีชายแขนด้วนทั้งสองข้างกำลังเต้นกระหยองกระแหยงอยู่ที่พื้นดิน ก็เลยเกิดความคิดแวบขึ้นมาทันทีว่า คนแขนด้วนคนนั้นมีสภาพที่แย่กว่าตัวเขาขณะนี้มากมายนัก ร่างกายก็ไม่สมประกอบในขณะที่ตัวเขาเองก็มีร่างกายสมบูรณ์ครบ 32 แต่ชายพิการคนนั้นกลับกระโดดหยองแหยงอย่างมีความสุขได้ คิดได้ดังนั้นแล้ว เขาก็บอกกับเพื่อนฝูงญาติพี่น้องว่า เขาเปลี่ยนความคิดที่จะฆ่าตัวตายแล้ว…
แล้วด้วยความอยากรู้อยากเห็น กระทาชายนายนี้ก็ได้เดินลงมาชั้นล่าง และเข้าไปพูดคุยกับชายแขนด้วนเพื่อซักถามว่า เขาทำอย่างไรและคิดอย่างไรจึงมีความสุข สามารถกระโดดโลดเต้นได้อย่างที่เห็นอยู่นี้… ชายแขนด้วนตอบว่า ที่เขาโดดไปโดดมาอย่างที่เห็นนั้น เขาไม่ได้กำลังมีความทุกข์หรือความสุขแต่อย่างใด แต่เขากำลังคันที่ขาอ่อน และพยายามที่จะเกาขาข้างที่คันแ ต่ … “ผ ม เ ก า ไ ม่ ถึ ง ค รั บ … ”
อ้างอิง http://www.thaicontractors.com

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: