หนามยอกเอาหนามบ่ง

หนามยอกเอาหนามบ่ง
ประสบการณ์งานช่าง / ประสบการณ์งานช่าง 3
หลังจากที่รัฐบาลประกาศให้ค่าเงินบาทลอยตัวเมื่อกลางปี พ.ศ.
จากการที่เศรษฐกิจพังพินาศอย่างนี้ ทำให้โครงการก่อสร้างที่เป็นการลงทุนจากภาคเอกชน ต้องหยุดดำเนินการเกือบทั้งหมด เนื่องจากขาดสภาพคล่องทางการเงิน อีกทั้งธนาคารก็ไม่ปล่อยสินเชื่อให้ เนื่องจากตัวธนาคารเองก็ประสบปัญหาย่ำแย่พอกัน*
หลายโครงการที่การก่อสร้างยังอยู่ใน ขั้นตอกเข็มเหล็กพืดกันดินพัง (Sheet Piles) และขุดดินเท่านั้น เมื่อประสบปัญหาทางการเงินการก่อสร้างก็หยุดชะงักลง ทำให้สถานะของโครงการอยู่ในสภาพที่อันตรายมาก เพราะการขุดดินลึกถึง 4 – 5 เมตร หรือบางแห่งก็ลึกกว่านั้น โดยไม่ทำงานต่อ จะมีแนวโน้มทำให้ Sheet Piles พังลงมาได้ ผมได้มีโอกาสไปดูการก่อสร้างหลายโครงการที่มีสภาพเช่นนี้ โครงการหลายแห่งมีน้ำขังอยู่ในบ่อที่ขุด มีผู้สงสัยหลายคนถามว่าควรจะทำอย่างไรในกรณีเช่นนี้ ผมก็บอกไปว่า ปล่อยให้มีน้ำขังอยู่ในบ่อที่ขุดไว้นั่นแหละ จะเป็นการปลอดภัยกว่า เพราะแรงดันน้ำภายในบ่อจะช่วยต้านแรงดันดินจากภายนอก Sheet Piles ได้บ้างไม่ควรสูบน้ำออก นอกเสียจากว่าจะดำเนินการก่อสร้างต่อไปอย่างต่อเนื่อง
เคยมีงานซึ่งตอก Sheet Piles ป้องกันดินพัง โดยทำเป็น ลักษณะ Coffer Dam คือ เป็นลักษณะ Sheet Piles สองชั้น** โดยรอบ เพื่อให้ผนัง Coffer Dam คงรูปอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีการค้ำยันให้เกะกะการขุดดิน เมื่อขุดดินภายในบ่อลึกประมาณ 8 เมตร เพื่อจะสร้างฐานราก โดยไม่มีการค้ำภายใน เนื่องจากงานดังกล่าวอยู่ริมแม่น้ำ และ Coffer Dam อาจจะก่อสร้างไม่สมบูรณ์พอ เมื่อน้ำขึ้นสูงสุด ผนัง Coffer Dam จึงถูกแรงดันน้ำจากภายนอกดันจนยุบเข้ามาด้านใน
ผู้รับเหมาก่อสร้างได้เชิญผมไปช่วยในฐานะที่ปรึกษา เพราะทุกคนพากันตกอกตกใจกันหมด ว่าจะทำอย่างไรดี เพื่อให้ Coffer Dam กลับไปอยู่ในสภาพเดิม เนื่องจากแรงดันมหาศาลเช่นนั้นคงจะหาทางให้กลับสู่สภาพเดิมได้ยาก
ผมแนะนำให้ใช้วิธีหนามยอก เอาหนามบ่งนั่นคือ ให้เสริมส่วนบนของ Coffer Dam ให้สูงขึ้นด้วยการใช้กระสอบทราย แล้วปล่อยให้น้ำเข้าไปในบ่อจนเต็ม จากนั้นให้สูบน้ำเข้าไปอีก เมื่อน้ำภายนอกลงเต็มที่ตามธรรมชาติการขึ้นลงของน้ำในแม่น้ำ แรงดันน้ำในบ่อก็จะดันผนัง Coffer Dam กลับคืนสู่สภาพเดิมเอง
เ ห็ น ไ ห ม ค รั บ … เ ส้ น ผ ม บั ง ภู เ ข า แ ท้ ๆ …
2540 เป็นต้นมา เงินบาทก็ลอยตัวขึ้นจาก US $ ละประมาณ 25 – 26 บาท ลงไปมีค่าต่ำสุดที่ประมาณ 55 บาท เมื่อช่วงเดือนมกราคม พ.ศ. 2541 ทำให้คนไทยพากันใจคอห่อเหี่ยวกันไปหมด กลายเป็นคนเคยรวยกันโดยถ้วนหน้า จนปัจจุบันเงินบาทมีค่าอยู่ประมาณ 1 US $ = 41 บาท (12 มิถุนายน 2547)
อ้างอิง http://www.thaicontractors.com

Advertisements

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: