ประสบการณ์งานช่าง

ย้อมหมาขาย
ประสบการณ์งานช่าง / ประสบการณ์งานช่าง 2
ญาติคนหนึ่งของภรรยาผม ซึ้อสุนัขหลังอานมาจากตลาดนัดสวนจตุจักรตัวหนึ่ง ราคาประมาณ 3,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงพอสมควร แต่ความที่คนขายเขาโฆษณาไว้อย่างดีว่า เป็นสุนัขหลังอานขนานแท้ดั้งเดิม ซึ่งญาติของภรรยาของผม ท่านก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องสุนัขแต่อย่างใด แต่เนื่องจากความที่อยากจะได้ เพราะเห็นว่าเป็นสุนัขหลังอาน รูปร่างดี และถูกใจเท่านั้น จึงได้ตัดสินใจซื้อ… เมื่อกลับมาถึงบ้านก็จับอาบน้ำทำความสะอาด พอขนแห้ง คุณลักษณะเด่นของเจ้าสุนัขตัวที่ว่านี้คือ หลังอาน… ก็มีอันอันตรธานหายไป พร้อมกับความสกปรกที่ติดมาจากสวนจตุจักรนั่นเอง… เมื่อเห็นดังนั้น เจ้าของหมาหมาดๆ ก็ได้แต่ทำตาปริบๆ เพราะเจ้าหมาหลังอานตัวสวย กลายร่างเป็นเจ้าหมาน้อยธรรมดาๆ ไป.. ก็ถูกต้มสิครับ… กรรมวิธีในการทำหลังอานให้สุนัข เขาคงจะเอาวัสดุอะไรสักอย่างไปทาที่ขนด้านหลังของหมา เพื่อให้มีลักษณะเหมือนหมาหลังอาน ถ้าผู้ซื้อไม่มีความรู้ ก็จะถูกเขาหลอกให้ง่ายๆ แบบนี้แหละครับ…

ผมก็ได้แต่ปลอบใจไปว่า อย่าเสียอกเสียใจไปเลย (ที่ถูกต้ม) ไหนๆ ก็ซื้อเจ้าหมาน้อยธรรมดามาแล้ว ก็คงจะต้องก้มหน้าเลี้ยงมันไปเถอะ ส่วนคนขายที่ไม่ซื่อสัตย์แบบนี้ การค้าของเขาก็จะไม่เจริญหรอก เพราะเขามีทัศนคติที่ผิด ถ้าจะว่าเป็นวิชาการ คงจะต้องขยายความ คำว่า “การขาย” กับ “การตลาด” กล่าวคือ

การขาย คือ กระบวนการนำสินค้าจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ จนกระทั่งมีการตกลงซื้อขายกัน แล้วผู้ซื้อก็จัดการชำระเงิน และรับสินค้านั้นไป ถือว่าการขายประสบผลสำเร็จ นั่นคือ การขายจะรวมระยะเวลาตั้งแต่การนำสินค้าจากผู้ผลิตมาวางจำหน่าย เชิญชวนให้ซื้อ จนกระทั่งมีผู้ที่ให้ความสนใจ มีการต่อรองราคา ตกลงซื้อขายและชำระเงิน พร้อมทั้งรับสินค้ากลับไป ถือเป็นอันจบกระบวนการ ส่วน “การตลาด” นั้น จะมีข้อความสำคัญที่เพิ่มเติมจากกระบวนการขาย คือ… ผู้ซื้อได้รับความพึงพอใจสูงสุด จึงจะจบกระบวนการ และแสดงว่าผู้ขายหรือเจ้าของสินค้านั้น ประสบผลสำเร็จทางด้านการตลาด และถ้าจะให้ดีต้องมีบริการหลังการขาย ซึ่งผู้ขายจะต้องมีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าและวิชาชีพของตนเองด้วย การค้านั้นจึงจะประสบผลสำเร็จได้…

มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะเล่าสู่กันฟัง คือ มีลูกน้องของผมคนหนึ่งเป็นผู้หญิง วันหนึ่งเธอเกิดอยากจะทำความสะอาดตู้แอร์รถยนต์ เพราะได้ยินมาว่า เจ้าของรถยนต์ควรจะมีการล้างตู้แอร์อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อเป็นการถนอมอายุการใช้งาน และตู้แอร์รถยนต์ของเธอก็ไม่ได้รับการล้างมาประมาณ 2 ปีแล้ว เธอจึงนำรถยนต์ไปที่ร้านรับล้าง-ซ่อมแอร์รถยนต์แถวบ้าน ซึ่งร้านที่ว่านี้เธอก็เคยมาใช้บริการในเรื่องอื่นๆ หลายครั้งแล้ว และเนื่องจากการล้างตู้แอร์ต้องใช้เวลานานพอสมควร เพราะจะต้องมีการถอดอุปกรณ์ต่างๆ ออกมาทำความสะอาดและประกอบเข้าไปใหม่ เธอก็ได้รอดูจนถึงขั้นนำคอยล์เย็นออกมาทำความสะอาด หลังจากนั้นเธอก็ขอตัวออกไปซื้อของที่ตลาดแถวๆ นั้น ประมาณครึ่งชั่วโมง และคาดว่ารถยนต์ของเธอน่าจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฏว่าเมื่อกลับมาถึงร้านเจ้าของร้านแจ้งว่า คอยล์เย็นของเธอรั่ว ไม่สามารถซ่อมได้ ต้องได้รับการเปลี่ยนใหม่ เธอแปลกใจมากเพราะก่อนที่จะนำรถเข้ามาใช้บริการนั้น แอร์ของเธอก็ยังใช้การได้ดีอยู่ แต่เจ้าของร้านบอกว่า คอยล์เย็นรั่ว แต่อาจจะเป็นเพราะฝุ่นละอองที่ติดอยู่ที่คอยล์เย็น ทำให้รูรั่วถูกปิด แต่เมื่อคอยล์เย็นถูกนำมาทำความสะอาดฝุ่นผงที่เกาะอยู่ก็ถูกล้างออกไป ทำให้รูรั่วถูกเปิดขึ้น สรุปก็คือ เธอต้องเสียเงินซื้อคอยล์เย็นตัวใหม่แทน ก่อนที่จะซื้อเจ้าของร้านก็ถามเธอว่า เธอต้องการคอยล์เย็นที่เป็นของแท้หรือไม่ เพราะหากของแท้จะมีราคาสูงกว่าของอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งไม่มียี่ห้อ และเจ้าของร้านก็รับประกันว่า หากซื้อคอยล์เย็นของแท้จากเขาภายใน 3 เดือน หากคอยล์เย็นที่ซื้อไปมีปัญหา ก็จะสามารถนำมาเปลี่ยนใหม่ได้ ในที่สุดเธอก็ได้ตกลงซื้อคอยล์เย็นที่เป็นของแท้ไป…

หลังจากที่เปลี่ยนคอยล์เย็นไปได้ประมาณ 1 เดือน ตลอดระยะเวลานั้น แอร์รถยนต์ของเธอก็เย็นฉ่ำดี ไม่มีปัญหาอะไรอีก ต่อมาเธอก็ไม่ได้ใช้รถยนต์คันนั้นอีก โดยจอดรถไว้เฉยๆ ประมาณ 2–3 เดือน เพราะเหตุผลส่วนตัวบางประการ (ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเป็น เพราะน้ำมันขึ้นราคาหรืออย่างไร) และเมื่อเธอนำรถยนต์มาใช้ได้อีกระยะหนึ่ง ก็เกิดอาการแอร์ไม่เย็นอีก เธอจึงนำรถยนต์กลับไปที่ร้านแอร์ร้านเดิม เจ้าของร้านตรวจสอบแล้ว และบอกว่าคอยล์เย็นรั่ว (อีกแล้ว!) ต้องเปลี่ยนใหม่ แต่เนื่องจากระยะเวลาผ่านไปได้ 5 เดือนแล้ว หลังจากที่เธอเปลี่ยนคอยล์เย็นเจ้าปัญหานั่น ซึ่งพ้นระยะประกันไปแล้ว เธอจึงต้องเสียเงินซื้อคอยล์เย็นใหม่อีก คราวนี้ลูกน้องผมไม่ยอม บอกว่า เธออุตส่าห์ยอมเสียเงินมากขึ้นเพื่อซื้อคอยล์เย็นที่เป็นของแท้ ซึ่งก็น่าจะมีอายุการใช้งานที่นานกว่านี้ แต่ทำไมปรากฏว่าใช้งานได้แค่ไม่กี่เดือน ซึ่งหากไม่นับเวลาที่รถยนต์จอดอยู่เฉยๆ แล้ว คงจะใช้งานได้เพียง 2 เดือนเท่านั้นเอง ทั้งๆ ที่น่าจะใช้ไปได้อีก 2–3 ปีพร้อมกับได้ขอความเห็นใจจากเจ้าของร้าน ในที่สุดเจ้าของร้านก็ใจอ่อน และตกลงกับเธอว่า เขายินดีที่จะขายคอยล์เย็นตัวใหม่ให้เธอในราคาทุนและจะให้บริการเปลี่ยนและเติมน้ำยาแอร์ให้เธอใหม่ โดยไม่คิดค่าบริการ ส่วนคอยล์เย็นที่รั่วนั้น เขาจะลองนำไปเคลมที่ร้านอะไหล่ดู แต่ไม่รับรองว่าจะเคลมได้หรือไม่ เพราะที่ร้านอะไหล่จะต้องส่งของไปเคลมถึงประเทศสิงคโปร์ ซึ่งจะต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงจะทราบว่าเขาจะให้เคลมหรือไม่ และอีกอย่างก็พ้นระยะประกันของสินค้าแล้วด้วย หากเคลมได้เขาก็ยินดีที่จะคืนเงินค่าคอยล์เย็นตัวใหม่ให้ เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นลูกน้องของผมก็จำเป็นต้องยอมตกลง (ด้วยความช้ำใจ) พร้อมกับคิดในใจว่า… คงจะไม่มีทางได้เงินคืนแน่นอน ตามภาษิตโบราณที่ว่า… อ้อยเข้าปากช้างแล้วนั่นเอง หลังจากนั้นอีก 3 สัปดาห์ลูกน้องของผมก็กลับไปหาเจ้าของร้านแอร์คนเดิมเพื่อสอบถามเรื่องการเคลมคอยล์เย็นตัวนั้น คำตอบที่ได้รับ ก็คือ… เคลมได้ ! และเจ้าของร้านก็คืนเงินค่าคอยล์เย็นแก่ลูกน้องของผมตามจำนวนที่เธอจ่ายไป… ซึ่งก็สร้างความประทับใจแก่เธอเป็นอย่างมาก

นี่ก็เป็นเรื่องของ “การขาย” และ “การตลาด” อีกประเภทหนึ่ง ที่สามารถดึงลูกค้าให้กลับมาใช้บริการอีกในภายหลัง และเป็นการสร้างความเชื่อถือให้แก่เจ้าของร้านด้วย รวมทั้งการบอกต่อๆ กันไป ทำให้เขาสามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าได้มากขึ้นตามไปด้วย…
อ้างอิง WWW.thaicontractors.com

Advertisements

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: