ประสบการณ์งานช่าง

ฆ่าช้างเอางา
ประสบการณ์งานช่าง / ประสบการณ์งานช่าง 1
ครั้งที่ผมเป็นผู้จัดการโครงการก่อสร้างอาคารของตึก อีคาเฟ่ (ปัจจุบัน คือ ช่วงนั้นแรงงานขั้นต่ำของคนงานกำหนดไว้ประมาณวันละ 12 บาท และหลังวิกฤติการณ์น้ำมันขาดแคลนในช่วงปี 2516 รัฐบาลได้ขึ้นแรงงานขั้นต่ำ เป็นวันละ 20 บาท ราคาคอนกรีตสมัยนั้นตกประมาณลูกบาศก์เมตรละ 300 บาท เหล็กเสริมประมาณตันละ 3,200 บาท ค่าแรงเทคอนกรีตประมาณ 50 บาท/ลูกบาศก์เมตร ส่วนค่าแรงไม้แบบ ประมาณ 12 บาท/ตารางเมตร
การก่อสร้างในช่วงเวลานั้นยังใช้วิธีแบบโบราณกันเป็นส่วนมาก T o w e r C r a n e แทบจะมองไม่เห็นในการก่อสร้างอาคารสูง ขณะนั้นบริษัทที่ผมทำงานอยู่กำลังดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่ ของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ตั้งอยู่ที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งอาคารที่ว่านี้เป็นอาคารที่สูงมากในตอนนั้น คือ มีความสูงถึง 12 ชั้น ซึ่งมิได้ใช้ T o w e r C r a n e เลย การขนส่งวัสดุทุกชนิดต้องใช้แรงงานกรรมกรทั้งสิ้น ผมยังมองเห็นภาพในอดีตที่เป็นภาพของคนงานต้องส่งเหล็กเส้นขึ้นไปทีละเส้นโดยส่งต่อๆ กันขึ้นไปจนถึงชั้น 12 ซึ่งภาพนั้นยังเด่นชัดมาก ในความคิดของผมขณะนี้
ตึก E S C A P ที่ว่านี้ มีอาคารหลักอยู่ 3 อาคาร คือ
1. อาคารเลขาธิการ (Secretariat Building) เป็นอาคารสูง 15 ชั้น มีชั้นใต้ดิน 1 ชั้น และมี Service Core
ตรงกลางสูง 17 ชั้น
2. อาคารบริการสูง 7 ชั้น มีชั้นใต้ดิน 1 ชั้น
3. อาคารหอประชุมทรงไทย (ประยุกต์) 1 หลัง
ที่ลงทุนเล่าประวัติมาบางส่วน ก็เพื่อให้เป็นฉากหลังของเรื่องนี้ และเพื่อให้ผู้อ่านได้ความรู้ในเชิงประวัติของอาคารนี้บ้าง
ช่วงนั้นแรงงานขั้นต่ำ ของคนงานกำหนดไว้ประมาณวันละ 12 บาท และหลังวิกฤติการณ์น้ำมันขาดแคลน ในช่วงปี 2516 รัฐบาลได้ขึ้นแรงงานขั้นต่ำ เป็นวันละ 20 บาท ราคาคอนกรีตสมัยนั้นตกประมาณลูกบาศก์เมตรละ 300 บาท เหล็กเสริมประมาณตันละ 3,200 บาท ค่าแรงเทคอนกรีตประมาณ 50 บาทต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนค่าแรงไม้แบบ ประมาณ 12 บาทต่อตารางเมตร
ในหน่วยงานก่อสร้าง ผมได้อนุญาตให้ภรรยาของ Foreman ขายของในหน่วยงานได้ เพื่อเป็นสวัสดิการโดยอ้อม แต่มีข้อห้ามไม่ให้ขายในราคาแพง เพราะพวกลูกค้าที่จะมาซื้อของก็เป็นพวกคนงานด้วยกันเอง สำหรับคนงานช่างปูนนั้น ผมได้อนุญาตให้เอาถุงปูนไปขายเพื่อซื้อโอเลี้ยงกินกันได้
ซึ่งในขณะนั้นมี ข้อแตกต่าง ระหว่างการที่เอาถุงปูนไปขายได้ กับไม่ยอมให้ขาย คือ ถ้าผมให้ขายถุงปูนได้ ช่างและคนงานก็จะฉีกถุงปูนอย่างสวยงาม โดยการดึงเชือกที่ผูกไว้ที่ปากถุง ถุงก็จะไม่ฉีกขาดหรือช้ำชอก แต่ประการใด แต่ถ้าไม่ยอมให้เขาเอาถุงปูนไปขาย คนงานจะฉีกถุงปูนออกอย่างไม่ปรานีปราศัย หรือไม่เป็นระเบียบ ซึ่งก็จะทำให้ถุงฉีกขาดเสียหายเกือบหมด นอกจากนั้นปูนซีเมนต์ในถุง ก็อาจจะเทออกไม่หมด
และสุดท้าย ถุงปูนเหล่านั้น ก็จะกลายเป็นเศษขยะรก ๆ ของโครงการไป
ผมได้ปรึกษาเรื่องนี้กับผู้ช่วยผู้จัดการโครงการแล้ว เห็นว่า น่าจะยินยอมให้คนงานเอาถุงปูนไปขายได้ เพื่อเป็นสวัสดิการของพวกคนงาน อีกทั้งยังเป็นการกำจัดขยะไปด้วยในตัว และเงินที่พวกเขาจะได้ จากการขายถุงปูนนี้ก็ได้เพียงเล็กน้อย ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เมื่อตกลงกันแล้วผม จึงสั่งการลงไปอย่างที่คิด
หลังจากนั้นไม่นาน ผมได้ตรวจสอบถึงการใช้ปูนซีเมนต์ในหน่วยงานปรากฎว่าอัตราการใช้ปูนซีเมนต์สูงขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งงานก่อ งานฉาบ ก็ใช้ปูนซีเมนต์เปลืองขึ้นด้วย เมื่อผมตรวจสอบอย่างละเอียด ก็พบว่า เพราะการที่ผมยอมให้พวกคนงานนำถุงปูนไปขายนั่นเอง และที่ร้ายที่สุดที่เคยพบก็คือ มีการเทปูนซีเมนต์กองทิ้วไว้ในหน่วยงาน เพียงเพื่อจะเอาถุงปูนไปขายแค่นั้นเองครับ…
เ ป็ น ก า ร ฆ่ า ช้ า ง เ อ า ง า จ ริ ง ๆ …จนทำให้ผมต้องยกเลิก มาตรการข้างต้นในที่สุด
อ้างอิง http://www.thaicontractors.com

Advertisements

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: