ประสบการณ์งานช่าง

My..Project..Manager
ประสบการณ์งานช่าง / ประสบการณ์งานช่าง 1
ประมาณปีพุทธศักราช 2515 เป็นปีที่ทั่วโลกประสบปัญหาวิกฤตการณ์น้ำมัน กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันหรือโลกอาหรับ ได้รวมตัวกันเป็นกลุ่ม O P E C และร่วมมือกันลดการผลิตน้ำมันดิบ รวมทั้งได้ขึ้นราคาน้ำมันดิบในอัตราที่สูงมาก เป็นประวัติการณ์
ขณะนั้นราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินธรรมดาราคาลิตรละ ประมาณ 2 บาท น้ำมันดีเซลลิตรละประมาณ 1 บาท ต้องขึ้นราคาขึ้นไปอีกประมาณ 200% เป็นผลให้ราคาเหล็กเส้นและปูนซีเมนต์ขึ้นราคาไปตามสัดส่วนนี้ด้วย ผู้รับจ้างก่อสร้างในช่วงนั้น ต้องล้มละลายหรือเลิกกิจการกันไปหลายราย รัฐบาลได้ ให้การช่วยเหลือผู้รับจ้างก่อสร้างด้วยการเปลี่ยนระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ของสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ คือ มีค่า K นั่นเองโดยมีการพัฒนาค่า K ให้มีสูตรปรับราคาได้หลาย ๆสูตร ตามประเภทของงาน และได้ใช้มาจนกระทั่งปัจจุบัน (2543)
ในช่วงนั้นผมเพิ่งกลับจากหาดใหญ่เข้ามารับหน้าที่ผู้ช่วยผู้จัดการโครงการในการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่ แห่งใหม่ขององค์การสหประชาชาติ หรือ E S C A P ในปัจจุบัน ซึ่งจัดได้ว่า เป็นอาคารสูงแห่งแรก ๆ ของไทยในขณะนั้นบริษัทของเรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่เป็นบริษัทของไทยบริษัทแรก ๆที่ใช้ปั้นจั่นหอสูง (.. T o w e r ..C r a n e ..) ในการก่อสร้างอาคาร
นโยบายของคณะบริหารจัดการโครงการก่อสร้างขณะนั้น ต้องการสร้างบริษัทของไทยให้ออกแบบเอง และก่อสร้างเองด้วยความสามารถของคนไทยล้วน ๆ ให้เป็นที่เชื่อถือของชาวโลก และก็สามารถทำได้สำเร็จ แต่ผู้รับจ้างก่อสร้างที่เป็นคนไทยก็ต้องเจ็บตัวไม่น้อย เพราะต้องมีการตัดราคาสู้กับบริษัทข้ามชาติ เพื่อให้ได้งาน และขณะที่ประกวดราคาก็ยังไม่เกิดวิกฤติการณ์น้ำมันดังกล่าวด้วย
ขณะที่ผมรับทำหน้าที่ผู้จัดการโครงการ เจ้านายคนแรกของผมตั้งแต่เริ่มทำงาน เมื่อจบปริญญาตรี คือ คุณเจริญ ว่องปรีชา ซึ่งเป็นผู้ที่ผมให้ความเคารพยกย่อง และนับถือให้เป็นอาจารย์มาจนบัดนี้ ได้พยายามผลักดันผมให้รับหน้าที่ผู้จัดการโครงการ หรือ P r o j e c t .. M a n a g e r แทนท่าน โดยเสนอขออนุมัติต่อเจ้าของโครงการ ขณะนั้น ผมเพิ่งอายุได้ 25 ปี กำลังหนุ่มฟิตมาก แต่ก็ไม่ได้รับการอนุมัติ คุณเจริญท่านเลยมอบหมายให้ผมทำหน้าที่แทนท่านไปพลางๆ ก่อน โดยในการประชุมครั้งแรกและครั้งที่ 2 ท่านไม่เข้าประชุม เป็นการเปิดโอกาสให้ผมแสดงฝีมือให้เต็มที่ ซึ่งผมก็รับหน้าที่นั้นด้วยความมั่นใจ
การประชุมครั้งแรกของการก่อสร้าง ก็เหมือนกับการ Kick of Meeting ในปัจจุบัน ผมเปิดประชุมด้วยการแนะนำตัวเอง แนะนำองค์กรการบริหาร และแนะนำวิธีการทำงานของกลุ่ม รวมทั้งเสนอแผนงานแม่บท ซึ่งผมได้ร่างไว้แล้ว นำมาเสนอต่อที่ประชุม เพื่อให้พิจารณาในการประชุมครั้งต่อไปเท่านั้น ในการประชุม Kickof Meeting ครั้งแรกนี้ ถือเป็น Pre-Construction Meeting จึงไม่ได้มีการเจาะลึกในรายละเอียด งานที่ว่านี้ เป็นการบริหารโครงการระบบ
CM (Construction Manager)
เป็นครั้งแรกของประเทศไทย การว่าจ้างผู้รับจ้างก่อสร้าง ได้มีการแยกสัญญาจ้างออกเป็นเรื่อง ๆ ไป ได้แก่ สัญญาจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างงาน โครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม และระบบประปา ซึ่งสัญญานี้เป็นสัญญาที่บริษัทของผมรับผิดชอบ เรียกว่า ผู้รับเหมาหลัก นอกจากนี้ก็มีสัญญาจ้างจัดหา/ติดตั้งงานระบบปรับอากาศ งานสัญญาจ้างจัดหา/ติดตั้งงานระบบไฟฟ้า และสัญญาจ้างจัดหา/ติดตั้งงานระบบลิฟท์ เป็นต้น
การประชุมครั้งแรก ไม่ค่อยจะมีอะไรนัก เป็นเพียงการสรุปมอบหมายให้แต่ละบริษัทนำแผนของผู้รับเหมาหลักไป ศึกษา และผมได้ขอให้ผู้รับเหมาทุกรายทำหนังสือแต่งตั้งตัวแทนของบริษัทที่จะมาเข้าร่วม ในการประชุมครั้ง ต่อ ๆ ไป อย่างเป็นทางการ มีการทำความเข้าใจในเรื่องของการประสานงานว่า ในสัญญาทุกสัญญาระบุให้ผู้รับเหมาหลักเป็นผู้ประสานงาน และมีสิทธิ์เป็นผู้นำโครงการก่อสร้าง โดยมอบหมาย ให้ลงนามในฎีกาขอเบิกเงินของผู้รับเหมาก่อสร้างทุกรายด้วย เพื่อให้มีอำนาจในการควบคุมโครงการในระดับหนึ่ง
พอถึงการประชุมครั้งที่ 2 ผมก็ถูกลองดี กล่าวคือ เมื่อเปิดประชุม ก็มีชาวต่างประเทศท่านหนึ่งอ้างตัวว่าเป็นตัวแทน ของผู้รับเหมาไฟฟ้า แต่ไม่ยอมทำหนังสือแต่งตั้งมาอย่างเป็นทางการ และขอพูดในที่ประชุมก่อนว่า เขาทำงานมา 15 ปีแล้ว ยังไม่เคยเห็นโครงการไหนบริหารงานแบบนี้ ภาษาที่เขาใช้นั้นค่อนข้างจะหยาบคาย ชาวต่างประเทศผู้นี้อ้างผมว่า ผมเป็นเด็กเกินไปไม่มีสิทธิ์เสนอแผนงานให้เป็นหลักให้ผู้ใดปฏิบัติตาม รวมทั้งไม่มีสิทธิ์ทำหน้าที่ผู้ดำเนินโครงการด้วย เขาให้เหตุผลว่าผู้รับเหมารายย่อยแต่ละรายลงนามในสัญญาโดยตรงกับเจ้าของโครงการย่อมมีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะทำงานได้อย่างอิสระ ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใดมามีอำนาจเหนือตน
พอผมได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเลือดขึ้นหน้า แต่ก็ยังพยายามสงวนท่าทีนิ่งเฉยอยู่ ให้โอกาสชาวต่างประเทศท่านนั้นพูดต่อไปเรื่อยๆ เพียงแค่คอยถามแทรกในตอนที่เขาหยุดพักหายใจเท่านั้นว่า.. พูดจบหรือยัง .. พูดจบหรือยัง.. จนกระทั่งเขายอมรับว่า ..พูดจบแล้ว ผมก็ถามย้ำอีกจนแน่ใจว่าชาวต่างประเทศผู้นั้น ไม่มีอะไรจะพูดแล้วจริงๆ นั่นแหล่ะ
ผมจึงพูดอย่างควบคุมอารมณ์ได้แล้วว่า ต่อไปนี้ ในฐานะที่ผมเป็นประธานในที่ประชุม เขามีสิทธิ์ที่จะพูดเมื่อผมอนุญาตแล้วเท่านั้น ผมขอให้เขาเลือกสองอย่างเท่านั้น คือ ให้เลือกที่จะนั่งฟังเฉยๆ ในฐานะผู้สังเกตการณ์ หรือออกไปจากห้องประชุม ชาวต่างประเทศผู้นั้นได้พยามที่จะตอบโต้อีก แต่ผมไม่อนุญาตและดำเนินการประชุมต่อไปโดยไม่สนใจเขาอีกเลย
หลังจากที่ปิดประชุมแล้ว ตัวแทนของเจ้าของงาน คือ ESCAP ที่ได้ร่วมประชุมอยู่ด้วย ได้มาขอจับมือผม แล้วพูดว่า Congratulation My Project Manager ! ซึ่งคงจะแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า .. ขอแสดงความยินดีด้วยครับ ผู้จัดการโครงการของผม ! …
อ้างอิง http://www.thaicontractors.com

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: