การวางแผนการจัดวัสดุให้เสียเศษให้น้อยที่สุด (Nesting)

การวางแผนการจัดวัสดุให้เสียเศษให้น้อยที่สุด (Nesting)
ซึ่งจริงๆแล้วคำว่า Nesting เหมือนกับคำว่ารังนก แต่ก็ยังมีความหมายว่า การจัดวัสดุให้เข้ากันโดยการเรียงประสานกันอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งก็เหมือนกับการทำรังนก เพราะต้องอาศัยการจัดเรียงของเส้นฟางหลายๆเส้นจัดวางสานกันให้อย่างลงตัวให้รังมีความแข็งแรงมากที่สุด แต่พอแปลเป็นคำไทยนั้น ทำให้ยากในเข้าใจเลยขอเรียกคำว่า Nesting คือ การวางแผนการจัดวัสดุให้เสียเศษน้อยที่สุดแล้วกัน แต่สำหรับบางท่านอาจเรียกว่า Material Optimization ก็น่าจะได้
ผู้รับเหมาก่อสร้างมีความจำเป็นจะต้องวางแผนตัดวัสดุเพื่อให้มีรูปร่าง หรือ ความยาว ตามที่ต้องใช้จากการดูจากพิมพ์เขียว หรือ แบบ Shop Drawing ที่ได้สร้างเป็น Bar Cutting List ไว้แล้ว เช่น เหล็กเสริมคอนกรีต โครงหลังคาเหล็ก หรือ แผ่นเหล็กประกับ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วช่างเหล็กตัดเหล็กจากวัสดุที่ได้สั่งมาให้แล้ว ซึ่งระหว่างทำงานหากไม่พอก็จะดำเนินการไปจัดซื้อมาให้อีก การทำงานแบบเดิมนี้จะพบว่า มีปริมาณวัสดุเสียเศษมาก มีการต้องสั่งวัสดุมากกว่าความจำเป็นในการทำงานในขณะนั้น ลูกน้องขายเศษเหล็กเยอะมาก เป็นต้น
ผู้รับเหมาก่อสร้าง จะต้องตัดวัสดุเพื่อนำมาใช้งานตามระยะและขนาดที่กำหนดไว้ในแบบก่อสร้าง เช่น เหล็กเสริมคอนกรีต ก็จะดูจาก Shop Drawing ซึ่งมีการแบบรายละเอียดเหล็กเสริมแต่ละเส้นจากรายละเอียดแต่ละชิ้นส่วนของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เช่น เสา คาน พื้น ฐานราก ว่ามีกี่เส้น ความยาว เท่าไร เป็นต้น ซึ่งเรียกว่า Bar Cutting Plan หรือ โครงสร้างเหล็กรูปพรรณ ก็จะมีถอดแบบรายละเอียดเพื่อการประกอบและติดตั้ง โดยจะแยกออกชิ้นส่วนของโครงสร้างเป็นแต่ะชิ้น ซึ่งจะเรียกว่า Steel Fabrication ซึ่งอาจจะมีทั้งแบบเป็นเส้นและเป็นแผ่น
การจัดวัสดุให้เสียเศษให้น้อยที่สุด สามารถทำได้ด้วยมนุษย์ในกรณีที่มีจำนวนและขนาดวัสดุที่จะตัดมีจำนวนไม่มาก หากมีจำนวนมากๆแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ซอฟท์แวร์ในการช่วยคำนวณ ซึ่งการวางแผนการจัดวัสดุนั้นเป็นการอาศัยหลักการ Linear Programming ซึ่งคอมพิวเตอร์จะช่วยในการคำนวณจากสมการหลายๆชั้น สำหรับท่านที่สนใจทฤษฎีนี้เพิ่มเติมสามารถศึกษาได้จากกลุ่มวิชา Operation Research
ดังนั้นจึงการทำ Nesting นั้น สามารถแยกเป็น 2 วิธี คือ
1.การจัดวัสดุเป็นเส้น (Bar Nesting ) สำหรับวัสดุที่มีขนาดแตกต่างกัน แต่มีความยาวเท่ากัน เช่น เหล็กเสริมคอนกรีต เหล็กรูปพรรณ ยาว 10 เมตร สำหรับเหล็กโครงหลังคา เหล็กโครงสร้าง ยาว 6 เมตร เป็นต้น
2.การจัดวัสดุเป็นแผ่น (Plate Nesting) สำหรับวัสดุที่มีลักษณะเป็นแผ่น ซึ่งมีความหนาที่แตกต่างกัน เช่น 10 มม. 20 มม. เป็นต้น
โดยการกำหนดปริมาณวัสดุในสต๊อก (Material Stock) และจำนวนวัสดุที่ต้องใช้จากการถอดแบบ (Material Takeoff) และเงื่อนไขการตัดวัสดุเพิ่มเติม เช่น ในกรณีที่เป็นเส้น ระยะการตัดหัวท้าย ระยะสั้นสุดในการที่จะนำมาต่อทาบ ขนาดรอยเลื่อย ส่วนในกรณีที่เป็นแผ่น อาจกำหนดแนวเส้นที่ต้องการตัด การเลือกให้มีการ nesting ในรูที่มีขนาดใหญ่ ต้องการให้มีการนำวัสดุนั้นมาตัดด้วยหรือไม่ ( Multiple Level Nesting) การจัดเรียงวัสดุในวัสดุที่มีรูปร่างไม่ปกติ เป็นต้น ซึ่งยังสามารถกำหนดรูปแบบการ Nesting ได้ เช่น แบบจัดเรียงรูปร่งแบบเดียวให้แน่นกันที่สุด หรือ เรียงหลายรูปร่างให้มีปริมาณแน่นที่สุด
การสร้างรูปร่างที่ต้องการตัดมักจะอาศัยไฟล์ DXF โดยกำหนดให้เป็น Block เพื่อให้ง่ายในการเขียนรูปร่าง แล้วทำการการสั่งโปรแกรมช่วยคำนวณ ซึ่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์จะสามารถคำนวณวัสดุที่มีรูปร่างแตกต่างกันเป็นหมื่นขนาดหรือรูปร่าง โดยการลองจัดดูหลายหมื่นหลายแวนรูปแบบการจัด และเลือกที่เสียเศษน้อยที่สุดมาแสดง ซึ่งในทางปฎิษัติแล้วไม่สามารถใช้มนุษย์จัดวัสดุด้วยมือเลย โดยโปรแกรมจะแสดงปริมาณการเสียเศษว่ามีอยู่ กี่เปอร์เซ็นต์ได้ทันที
การจัดวัสดุให้เสียเศษน้อยที่สุด ช่วยให้ผู้รับเหมาก่อสร้างได้รับประโยชน์ ดังนี้
1.สามารถลดปริมาณการเสียเศษของวัสดุ เช่น จากเดิมเสียเศษ 15% อาจสามารถลดการเสียเศษวัสดุเพียง 3-5%
2.สามารถลดต้นทุนของวัสดุลงได้ 20-30 % ในกรณีที่สามารถซื้อวัสดุที่มีขนาดสั้นหรือเล็กกว่าทั่วไปมาทำการคละขนาดกันได้ในการจัดวัสดุ เช่น เหล็กเส้นหากสั่งความยาวที่สั้นกว่า 10 เมตร จะทำให้ได้ราคาต่อหน่วย กิโลกรัม ที่ต่ำกว่าราคาปกติ
3.สามารถลดเวลาและค่าแรงงาน ในการตัดวัสดุลง เนื่องจากมีปริมาณวัสดุในการตัดลงลง
4.ลดพื้นที่จัดกองเก็บวัสดุในหน่วยงาน โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างที่มีพื้นที่กองเก็บวัสดุจำกัด
5.ทำให้ฝ่ายจัดซื้อทำงานได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม เพราะไม่ต้องเสียเวลาและต้นทุนในการตรวจสอบมาก และลดการขัดแย้งระหว่างฝ่ายลง
6.สามารถประหยัดค่าดอกเบี้ยจากการลดการซื้อวัสดุมาเกินกว่าที่ต้องการใช้งานในขณะนั้น และ เพิ่มกระแสเงินสดในโครงการ
7.เป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า ช่วยแก้ปัญหาเรื่องโลกร้อน
การวางแผนการจัดวัสดุให้เสียเศษน้อยที่สุด จึงเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือ ผู้รับเหมาช่วง สามารถที่จะประหยัดค่าวัสดุและแรงงาน ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ลดการขาดทุนจากค่าวัสดุขึ้นราคา หรือ ให้ผู้รับเหมาก่อสร้างมีกำไรมากขึ้น
อ้างอิง http://www.thaicontractors.com

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: