“แผ่นซีเมนส์” จากยางพารา-ยูคาฯ

ครั้งแรกในโลก! นักวิจัยไทยทำ “แผ่นซีเมนส์” จากยางพารา-ยูคาฯเอ็มเทคให้ทุนนักวิจัยมก.ทำแผ่นใยซีเมนส์ และไม้อัดซีเมนส์จากไม้ยางพารา และเศษยูคาฯ เป็นครั้งแรกในโลก เผยเทคโนโลยีเดิมต้องใช้ “ไม้สน” นำเข้าจากต่างประเทศด้าน บริษัทเอกชนผู้รับช่วงต่อ เผยเทคโนโลยีคนไทยช่วยให้ไม่ต้องนำเข้าเครื่องจักรมูลค่า 500 ล้าน
พิธีลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในผลงานวิจัยสูตร ผลิตภัณฑ์ และกรรมวิธีการผลิตแผ่นใยซีเมนส์จากไม้ยางพารา และกระบวนการผลิตแผ่นใยไม้อัดซีเมนส์จากเส้นใยไม้ยูคาลิปตัสที่ผ่านการปรับสภาพของศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) แก่บริษัท สยามฮันนี่คอมป์ จำกัด เมื่อวันที่ 19 ม.ค.52 ณ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ภายใต้การดำเนินงานอนุญาตสิทธิโดยสำนักงานจัดการสิทธิเทคโนโลยี (TLO)
รศ.ทรงกลด จารุสมบัติ จากภาควิชาวนผลิตภัณฑ์ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวถึงที่มาของการทำวิจัยว่า ไม้ยางพาราถือเป็นไม้เศรษฐกิจที่สำคัญของไทยโดยในอุตสาหกรรมไม้ของไทยใช้ไม้ยางพาราถึง 80% เนื่องจากมีต้นทุนถูกกว่าไม้ชนิดอื่น
อย่างไรก็ดีในอุตสาหกรรมไม้ยางพารามีเศษเหลือทิ้งจากกระบวนการแปรรูปถึง 50-55 % ซึ่งเมื่อเราคำนวณการใช้ประโยชน์จากไม้ซุงยางพารา พบว่าใช้ประโยชน์ได้เพียง 20-25% เท่านั้น จึงเกิดความคิดที่จะนำเศษเหลือทิ้งจากไม้ยางพารามาผลิตเป็นวัสดุก่อสร้าง
หลังจากทำวิจัยเป็นเวลาปีครึ่ง ภายใต้ทุนสนับสนุน 3 ล้านบาท จากเอ็มเทค รศ.ทรงกลด พร้อมด้วยทีมวิจัยจากภาควิชาวนผลิตภัณฑ์ และนักวิชาการป่าไม้จากสำนักวิจัยการจัดการป่าไม้กรมป่าไม้ สามารถพัฒนาผลิตแผ่นใยซีเมนส์จากไม้ยางพารา และแผ่นใยไม้อัดซีเมนส์จากเส้นใยยูคาลิปตัส สำเร็จ ซึ่งบริษัท สยามฮันนี่คอมป์ จำกัด รับถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวไปต่อยอด เพื่อผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่อไป
“เราเป็นแห่งแรกในโลกที่นำ “เยื่อใยสั้น” ที่ได้จากเส้นใยไม้ยูคาลิปตัสและเส้นใยไม้ยางพารา มาผลิตเป็นแผ่นใยซีเมนส์ โดยที่ผ่านมามีการผลิตโดยใช้ “เยื่อใยยาว” จากไม้สนซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศ” รศ.ทรงกลด ระบุ
ทั้งนี้ รศ.ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา อำนวยการเอ็มเทค กล่าวเสริมว่า การพัฒนาแผ่นใยซีเมนส์ โดยใช้เยื่อใยสั้นนั้น มีความสำคัญเพราะเยื่อใยสั้นมีความแตกต่างจากเยื่อใยยาวมาก และการวิจัยเพื่อใช้เยื่อใยสั้นทดแทนเยื่อใยยาวนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก อีกทั้งอุตสาหกรรมไม้ที่มีเศษยางพาราเหลือทิ้ง ในบางครั้งมีมูลค่าติดลบเพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการกำจัด และงานวิจัยนี้ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อวัสดุนำเข้าจากต่างประเทศด้วย
“พันธกิจหลักของสวทช. คือทำให้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งงานวิจัยถือเป็นนิมิตหมายอันดี และได้รับอนุสิทธิบัตรแล้ว ถึงแม้ไม่ใช่งานวิจัยตรงจากสวทช.แต่ก็เป็นงานผลงานของพันธมิตรจากมหาวิทยาลัย ซึ่งความร่วมมือในการทำวิจัยเช่นนี้ เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับประเทศที่มีทรัพยากรจำกัดอย่างไทย และไม่ใช่แค่ผลงานภายในของสวทช.ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้แต่ผลงานจากภายนอกก็มีส่วนสำคัญยิ่ง” รศ.ดร.วีระศักดิ์ กล่าว
ทางด้าน นายปัญญชัย กีรติมงคลเลิศ กรรมการบริษัท สยามฮันนี่คอมป์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทเราทำอุตสาหกรรมผลิตกระดาษอัด (Hard Board) และมีเศษวัสดุเหลือทิ้งจากไม้ยูคาลิปตัสจำนวนมาก ทั้งนี้เมื่อทราบทางเอ็มเทคมีงานวิจัยเกี่ยวกับการผลิตแผ่นใยซีเมนส์จากเส้นใยยางพาราและไม้ยูคาลิปตัส จึงมีความสนใจเนื่องจากบริษัทมีเครื่องที่สามารถปรับปรุงเพื่อรองรับการผลิตดังกล่าวได้ และต้องนำเข้าเครื่องจักรเพียงบางส่วน
ทั้งนี้ หากใช้เทคโนโลยีผลิตแผ่นใยซีเมนส์แบบเดิมซึ่งใช้เส้นใยยาวนั้น นายปัญญชัย ระบุว่า ต้องนำเข้าเครื่องจักรมูลค่าถึง 500 ล้านบาท แต่เมื่อมีเทคโนโลยีของคนไทยเองทำให้ลดต้นทุนดังกล่าวเหลือเพียง 1 ใน 4 เท่านั้น และจากนี้ยังต้องวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อีกประมาณ 1 ปี จึงคาดว่าจะมีผลิตภัณฑ์เพื่อวางจำหน่ายได้
นายปัญญชัย กล่าวว่า แม้แผ่นใยซีเมนส์จากต่างจากกระดาษอัดแต่ก็เป็นสินค้าในไลน์เดียวกันคือ เป็นวัสดุในการก่อสร้าง โดยปัจจุบันผลิตเป็นผนังห้องและฝ้าเพดานได้แล้ว ทั้งนี้กระดาษอัดสู้แผ่นใยซีเมนส์ไม่ได้ตรงที่ไม่สามารถทนน้ำ หรือความชื้นมากๆ ได้แต่แผ่นซีเมนส์ไทยชื้น และนำไปใช้กับผนังนอกอาคารได้ อีกทั้งยังกันมอด และเชื้อราได้ และนอกจากแผ่นผนังแล้ว บริษัทจะร่วมกับ เอ็มเทคเพื่อพัฒนาเป็นแผ่นพื้นสำหรับตกแต่งต่อไป
“การซื้อผลงานที่เกิดจากงานวิจัยของไทย ช่วยประหยัดเงินลงทุนได้ส่วนหนึ่ง เนื่องจากไม่ต้องซื้อเทค โนโลยีจากต่างประเทศ ทั้งนี้บริษัทได้มองหางานวิจัยที่ช่วยให้บริษัทมีสินค้าที่หลากหลาย โดยทางบริษัทมีเครื่องจักรที่สามารถปรับปรุงเพื่อผลิตสินค้านี้ได้ และไม่ต้องซื้อลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ อย่างไรก็ดีอยากให้ สวทช. ประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัยมากกว่านี้ และเชื่อว่ายังมีผลงานวิจัยมากกว่านี้ ทั้งนี้งานวิจัยของไทยควรให้คนไทยได้ใช้ประโยชน์ เพราะบางครั้งต่างชาติซื้อแล้วไปเก็บไว้แต่คนไทยคงไม่ทำอย่างนั้น” นายปัญญชัย กล่าว
อ้างอิง http://www.thaicontractors.com

ป้ายกำกับ: , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: