โครงการก่อสร้างทางหลวงเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร

ความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง
ทางหลวงหมายเลข 302 บางใหญ่ – แคราย ส่วนที่ 2 (สะพานพระนั่งเกล้าใหม่ส่วนสะพานกลางน้ำ)
โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 302 บางใหญ่ – แคราย ส่วนที่ 2 (สะพานพระนั่งเกล้าใหม่ส่วนสะพานกลางน้ำ) มีความคืบหน้า 94.18% การก่อสร้างจะแล้วเสร็จในทั้งหมดในส่วนของสะพานกลางน้ำในเดือนพฤษจิกายน 2551 และกรมทางหลวงจะเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2551
เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2551 เวลา 14.00 น. ทางทีมงานเว็บไซต์ Thaicontractor.com ได้มีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมชมไซต์งานก่อสร้างสะพานพระนั่งเกล้าใหม่ส่วนสะพานกลางน้ำ โดยมี นายธงไชย วีระสมัย นายช่างผู้ควบคุมโครงการ ได้ให้้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของ โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 302 บางใหญ่ – แคราย ส่วนที่ 2 (สะพานพระนั่งเกล้าส่วนของสะพทนกลางน้ำ) กล่าวบรรยายสรุปเกี่ยวกับโครงการฯ ในภาพรวมว่า”โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 302 สายบางใหญ่ – แคราย ส่วนที่ 2 (สะพานพระนั่งเกล้าใหม่ส่วนสะพานกลางน้ำ) เป็นส่วนหนึ่ง 1 ใน 7 โครงการของโครงการก่อสร้างทางหลวงเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตามแนวถนนรัตนาธิเบศร์ – งามวงศ์วาน – เกษตรฯ – นวมินทร์ ซึ่งกรมทางหลวงเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางสัญจรไปมาได้รับความสะดวกไม่ประสบปัญหาการจราจรติดขัด เนื่องจากสะพานพระนั่งเกล้าเดิมไม่สามารถรองรับการจราจรที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน การก่อสร้างโครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าประมาณ 94.14% และขณะนี้อยู่ระหว่างการต่อเชื่อมระหว่างกึ่งกลางสะพานให้เชื่อมต่อกัน การก่อสร้างทั้งโครงการฯ จะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม2551 และกรมทางหลวงจะเปิดให้บริการในเดือนตุลาคมนี้ก่อนเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดในส่วนของสะพานกลางน้ำในเดือนพฤษจิกายน 2551 ทั้งนี้เพื่อเป็นการระบายรถที่อยู่ในส่วนถนนสัญจรด้านล่างอีกทางหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ผู้สัญจรได้รับความสะดวก แก้ไขปัญหาในจุดตัดของถนนสายต่างๆ ในบริเวณนี้ได้ดียิ่งขึ้น ทำให้มีการสร้างโครงข่ายเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อกับเส้นทางในเขตกรุงเทพฯ และเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่น ๆ ได้ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่ – บางซื่อ เรือโดยสารสาธารณะ – ท่าเทียบเรือริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานพระนั่งเกล้า
โครงการก่อสร้างทางหลวงเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลตามแนวถนนรัตนาธิเบศร์ – งามวงศ์วาน – เกษตรฯ-นวมินทร์
นายธงไชย วีระสมัย หัวหน้าช่างโครงการ ได้เปิดเผยว่า “กรมทางหลวงดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 302 สายบางใหญ่ – แคราย ส่วนที่ 2 (สะพานพระนั่งเกล้าใหม่ส่วนของสะพานกลางน้ำ) นั้นมีขึ้นสืบเนื่องมาจากในปัจจุบันสะพานพระนั่งเกล้าเดิมที่เปิดการจราจรมาตั้งแต่วันที่
21 กรกฎาคม 2551 โดยความรับผิดชอบของกรมโยธาธิการ ในขณะนั้น ซึ่งสะพานมีความยาวรวม 545.10 ม. มีขนาด 4 ช่องจราจร ไม่สามารถรองรับปริมาณจราจรที่มีเพิ่มมากขึ้นในถนนรัตนาธิเบศร์ระหว่าง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาได้ กรมทางหลวงจึงได้วางแผนปรับปรุงถนนรัตนธิเบศร์ตลอดเส้นทาง ให้เป็นส่วนหนึ่งของแนวถนน East – West Corridor ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างจุดตัดถนนวงแหวนตะวันตก – ถนนวิภาวดีรังสิต – จุดตัดถนนวงแหวนตะวันออก โดยได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จไปในส่วนของสะพานกลับรถ 4 แห่ง และกำลังดำเนินการก่อสร้างสะพานลอยข้ามแยกไทรม้าและบางพลู รวมทั้งการขยายช่องจราจรเดิม 4 ช่องจราจร ให้เป็น 10 ช่องจราจร ตลอดระยะทางประมาณ 12 กม.

ส่วนบริเวณสะพานกลางน้ำพระนั่งเกล้าใหม่นั้น ได้ออกแบบก่อสร้างใหม่ให้มีขนาด 6 ช่องจราจร คู่ขนานกับสะพานเดิมทางด้านเหนือน้ำ ต่อเนื่องข้ามทางแยกจุดตัดสนามบินน้ำกับถนนรัตนาธิเบศร์ และต่อเชื่อมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาระหว่างฝั่งแครายและฝั่งบางใหญ่ ความยาวสะพานช่วงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา 489 ม. ความยาวช่วงกลางแม่น้ำ (Main Span) 229 ม. และมีความยาวช่วงด้านริมฝั่ง (Slide Span) ข้างละ 130 ม. นับเป็นสะพานแบบ Balanced Cantilever ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ระดับสะพานใหม่สูงกว่าสะพานเดิมประมาณ 9 ม. รวมระยะทางโครงการทั้งหมด 2.4 กม. ผิวจราจรคอนกรีตหนา 25 ซม. ขนาดสะพานทางรถกว้าง 21 ม. ขอบทางข้างละ 2 ม. ความยาว 1,442 ม. โครงสร้างเชิงลาดยาวข้างละ 70 ม. ผู้รับจ้างคือ บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ออกแบบโดย บริษัท นอร์ คอนซัลต์ ซีวิลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และสำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง
ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานก่อสร้างสะพานพระนั่งเกล้าส่วนสะพานกลางน้ำ
1) ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ปี 2549 ทำให้งานก่อสร้างตอม่อสะพานกลางน้ำล่าช้ากว่าแผนงานหลายเดือน แต่ได้รับการขยายอายุสัญญา และปรับแผนงานใหม่
2) ปัญหาการจราจรหนาแน่นบนถนนรัตนาธิเบศร์ทำให้จำเป็นต้องวางแผนงานก่อสร้างในช่วงกลางคืน หรือช่วงเวลาที่มีการจราจรเบาบาง เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนมากที่สุด
3) ปัญหาอุปสรรคสาธารณูปโภคจำนวนมากตลอดสองข้างทาง และบริเวณทางแยกสะพานพระนั่งเกล้า แต่ได้รับความร่วมมือแก้ไขจากหน่วยงาน ต่าง ๆ ด้วยดี

ส่วนที่ว่าโครงการจะแล้วเสร็จเมื่อไรนั้น นายธงไชย วีระสมัย ได้ให้รายละเอียดของการดำเนินการก่อสร้างในส่วนที่เหลือของตัวสะพานกลางน้ำว่า ปัจจุบันเหลือแค่ในส่วนของงานหล่อคอนกรีตพื้นสะพาน (Segment) จำนวน 1 ช่วง ยาว 5.00 เมตร งานหล่อคอนกรีตปิดพื้นสะพานช่วงริม (Side Closure Segment) จำนวน 2 ช่วง ยาวช่วงละ 2.25 เมตร และหล่อคอนกรีตปิดพื้นสะพานช่วงกลาง (Mid Closure Segment) จำนวน 1 ช่วง ยาว 4.00 เมตร โดยคาดว่า คาดว่างานก่อสร้างสะพานจะเชื่อมต่อได้แล้วเสร็จทั้งหมด ภายในเดือนพฤษจิกายน 2551 และโครงการฯ จะแล้วเสร็จได้ตามกำหนดในสัญญา
แหล่งข้อมูลและภาพถ่าย:
โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 302 สายบางใหญ่-แคราย ส่วนที่ 2 (สะพานพระนั่งเกล้าส่วนสะพานกลางน้ำ)
สำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เจ้าของโครงการ
นายช่างโครงการ คุณ ธงไชย วีระสมัย โทร. 0-2968-1388-9
บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตัคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินการก่อสร้าง

ข้อมูลทางเลี่ยงจาก 1197 สภอ.เมืองนนทบุรี โทร. 0-2588-0678 และ สภอ.ปากเกร็ด โทร. 0-2583-8323

แผนที่ : http://www.athailand.com

สะพานคู่ขนานสะพานพระนั่งเกล้า สร้างขึ้นเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณถนนรัตนาธิเบศร์ สะพานพระนั่งเกล้ามี 4 เลน สะพานคู่ขนานมี 6
เลน สูงกว่าสะพานเดิมประมาณ 9 เมตร เมื่อสร้างเสร็จจะเป็นสะพานแบบ Balanced Cantilever ที่มีช่วงยาวที่สุดในประเทศ ระยะเวลาก่อสร้าง 2 ปี
ระหว่าง มิ.ย. 2549-พ.ค. 2551

ประเภทความเสี่ยง:

– ความเสี่ยงของสถานที่ก่อสร้างทั่วไป เช่น ของตกหรือกระเด็นใส่ วัสดุกระจาย มีหลุมบ่อ มีเครื่องจักรในการก่อสร้างทำงานอยู่ มีรถบรรทุกเข้าออก ฯลฯ

– ความเสี่ยงเพิ่มพิเศษ
* มีการทำงานเหนือศีรษะที่คลุมความกว้างเกือบทั้งถนน ทั้งสองฝั่ง หลีกโดยขับชิดซ้ายสุดไม่พ้น
* มีการใช้ระบบนั่งร้านเคลื่อนที่ (Movable Scaffolding System หรือ MSS) เป็นระบบที่ใช้กรณีสภาพพื้นที่ด้านล่างระดับดินมีอุปสรรคไม่สามารถใช้เป็นพื้นที่ทำงานได้ เช่น มีการจราจร เป็นเหวลึก เป็นพื้นน้ำ แต่ MSS เป็นโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่มากและมีน้ำหนักมากกว่าภาระที่สะพานจะต้องรับในสภาพปกติ ความเสี่ยงที่เป็นไปได้ของการก่อสร้างที่ต้องแบกรับโครงสร้างขนาดยัักษ์ อาจเป็นตอม่อถล่ม โครงสร้างร่วงจากความไม่สมดุลย์ ชิ้นส่วนโครงสร้างหลุด ระบบเบรคขัดข้องโครงสร้างเลื่อนไถล ฯลฯ ลักษณะความเสี่ยงเป็นแบบโอกาสเกิดต่ำ (เนื่องจากมีการจัดทำระบบความปลอดภัยไว้ตามข้อกำหนดต่างๆ) แต่ความร้ายแรงสูง และสังเกตเห็นก่อนก่อความเสียหายได้ยาก
ข้อแนะนำคือ ผู้ขับขี่ต้องพิจารณาใช้ถนนเลี่ยงหรืออ้อมบริเวณก่อสร้างด้วยตนเอง เพราะโครงการจะปิดการจราจรเฉพาะในช่วงที่มีการถอด-ประกอบชิ้นส่วนของโครงสร้าง หรืองานอื่นๆที่อาจมีการพลาดพลั้งที่มีผลต่อพื้นที่ด้านล่าง แต่ความไม่คาดคิดซึ่งไม่สามารถล่วงรู้ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของอุบัติ เหตุและวินาศภัย ไม่สามารถพิจารณาวางมาตรการความปลอดภัยครอบคลุมให้ได้ทั้งหมด
เส้นทางเลี่ยงจุดก่อสร้าง:
– จากกรุงเทพ ข้ามไปฝั่งบางใหญ่
* ใช้สะพานพระรามที่ 5 แทนสะพานพระนั่งเกล้า: ถ้าลงทางด่วนระยะที่สองจากกรุงเทพ หรือมาจากถนนงามวงศ์วาน ให้วิ่งชิดซ้ายไปสี่แยกแคราย (เลนขวามีสะพานรถวิ่งตรงไปข้ามสี่แยก แต่ไม่ต้องไป) ให้เลี้ยวซ้าย (เข้าถนนติวานนท์) แล้วเลี้ยวขวาเมื่อถึงแยกที่มีป้ายบอกว่าไป สะพานพระรามที่ 5 (เข้าถนนเรวดี) วิ่งต่อไปจะเป็นสะพานพระรามที่ 5 เมื่อข้ามแม่น้ำแล้วถนนจะวิ่งไปสู่วงเวียนนครอินทร์ ซึ่งจะมีป้ายบอกทาง ถนนราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศร์ ผู้ใช้เส้นทางสามารถเลือกต่อว่าจะไปถนนใด
* ใช้สะพานพระรามที่ 4 แทนสะพานพระนั่งเกล้า: หากขับมาทางถนนแจ้งวัฒนะ วิ่งตรงไป ผ่านคาร์ฟูร์แล้วจะพบสะพานพระรามที่ 4 เมื่อข้ามแม่น้ำแล้ววิ่งต่อไปจะมีถนนราชพฤกษ์ตัดผ่าน รวมทั้งถนนอื่นๆก็มีป้ายชี้แสดง ผู้ใช้เส้นทางสามารถเลือกต่อว่าจะไปถนนใด
– จากบางใหญ่ ข้ามไปฝั่งกรุงเทพ
* ใช้สะพานพระราม 5 หรือ 4 แทนสะพานพระนั่งเกล้า ขับย้อนเส้นทางที่อธิบายข้างต้น
สำหรับผู้ที่ต้องการใช้สะพานพระนั่งเกล้า การเลี่ยงจุดก่อสร้างฝั่งกรุงเทพยังทำได้อีกระยะหนึ่ง ดังนี้
* จากกรุงเทพ หลังจากลงหรือลอดใต้ทางด่วนตรงแคราย วิ่งต่อไปจะพบสะพานยกระดับสำหรับรถวิ่งข้าม (ถนนเลี่ยงเมืองรัตนาธิเบศร์) ตัดขวางให้เลี้ยวซ้ายขับขนานไปกับสะพานแล้วชิดขวาเพื่อเลี้ยวขวาจำนวนสองไฟแดง จะเข้าสู่ถนนสนามบินน้ำ ผ่านหน้าโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าและวัดแจ้งศิริสัมพันธ์ วิ่งตรงไปจะมีทางเลี้ยวซ้ายไปขึ้นสะพานพระนั่งเกล้า
* จากบางใหญ่ หลังข้ามสะพานพระนั่งเกล้าแล้ว เลี้ยวซ้ายแยกแรกเป็นถนนสนามบินน้ำ ผ่านกระทรวงพาณิชย์ ชิดขวาเพื่อเลี้ยวขวาที่ไฟแดงแรก(ถนนเลี่ยงเมืองรัตนาธิเบศร์) ขับตรงไปจะมีทางขึ้นสะพานลอยซึ่งมีป้ายเขียนว่าไปนนทบุรี ให้วิ่งแอบซ้ายโดยไม่ต้องขึ้นสะพานเพื่อไปแครายแล้วจะไปถึงถนนรัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นถนนที่วิ่งมาจากสะพานพระนั่งเกล้า
แต่อีกไม่นานการก่อสร้างก็จะคืบหน้ามาชิดสะพาน และทางเลี่ยงเพื่อใช้สะพานพระนั่งเกล้าก็จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงจุดก่อสร้างอีกต่อไป
ที่จุดก่อสร้างฝั่งบางใหญ่ โครงสร้างเหนือศีรษะคร่อมถนนสำหรับสร้างสะพานยกระดับต่อเชื่อมกับสะพานข้ามแม่น้ำจะขึ้นภายหลังแต่เป็นคนละระบบกับฝั่งกรุงเทพ

ความเห็นเพิ่มเติม :
จุดการจราจรติดขัดจริงๆในบริเวณใกล้เคียงเท่าที่พบขณะนี้ คือสะพานยกระดับข้ามแยกแคราย จากสะพานพระนั่งเกล้ารถวิ่งฝั่งละ 6-7 เลน พอมาถึง สี่แยก บนสะพานมีฝั่งละสองเลน ข้างล่างมีรถทางตรง 2 เลน แต่รถทางตรงส่วนใหญ่จะใช้สะพาน เพราะด้านล่างติดไฟแดงนาน จากเช้าจนสายมากมีปลายแถวเข้าคิวหยุดนิ่งยาวมาผ่านหน้าศาลากลางเป็นประจำ (ปัจจุบันหางแถวถึงหน้าคาร์ฟูร์ และใช้เวลาประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ในการผ่านบริเวณดังเกล่าว) ผู้บริหารการจราจรจึงควรแก้ไขปัญหาที่จุดนี้รอไว้ เพราะเป็นคอขวดทำให้การขยายสะพานได้ผลไม่เต็มที่
ข้อมูลอ้างอิง : http://www.itstc.net

อ้างอิง http://www.thaicontractors.com

ป้ายกำกับ: , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: