รถไฟฟ้าสายสีม่วง, รฟม.

รถไฟฟ้าสีม่วงมีสิทธิ์ชะลอเกิด ป.ป.ช.สอบฮั้วประมูล/ชะลอแผนต่อรองราคาก่อสร้างสัญญา1
รฟม.เบรกตัวโก่ง หลังป.ป.ช.เล่นแรง ลุยสอบฮั้วประมูลก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ย้อนหลัง ตั้งปมปรับราคาค่าก่อสร้าง-แก้เงื่อนไขทีโออาร์ ส่อเอื้อประโยชน์รับเหมาบางราย ชี้ผิดพ.ร.บ.การเสนอราคาต่อรัฐแน่ รฟม.เตรียมถกบอร์ดขอคำแนะนำ 5 ก.พ.นี้ ยันทำดีที่สุดแล้ว แต่ยังหวั่นผลสอบ หากโดนชี้ผิดจริง กระทบอีก 2 สัญญา มีสิทธิ์ล้มประมูล
ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนนายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 หรือ พ.ร.บ.ฮั้วประมูล กรณีความไม่โปร่งใสในการประกวดราคางานโยธา โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดยมอบหมายให้นายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน หลังจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่า โครงการดังกล่าวมีการปรับราคาค่าก่อสร้างจาก 3.1 หมื่นล้านบาท เป็น 3.6 หมื่นล้านบาท ระหว่างการเปิดขายเอกสารประกวดราคา อีกทั้งยังมีการปรับเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) บางข้อ ซึ่งถือเป็นการส่อถึงการเอื้อประโยชน์แก่ผู้รับเหมาบางราย
ต่อเรื่องนี้แหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่งจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศ ไทย (รฟม.) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา คณะกรรมการ ประกวดราคางานโยธา โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ได้มีการประชุมหารือกันเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้ว โดยในที่ประชุมได้มีมติให้ชะลอการดำเนินการเจรจาตกลงราคากับผู้เสนอราคาไป ก่อน จนกว่าจะได้ความชัดเจนของผลการตรวจสอบว่ามีความผิดจริงหรือไม่
อย่างไรก็ดีคณะกรรมการประกวดราคา ได้แจ้งให้ทางตัวแทนของกลุ่มบริษัท CKTC Joint Venture ซึ่งประกอบด้วย บมจ.ช.การช่าง และ บริษัท โตคิว คอนสตรัคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด เป็นวงเงิน 16,724,500,000.00 บาท ที่ทางรฟม. ได้เชิญให้มาเสนอรายละเอียดราคาได้ทราบแล้วว่ามีเหตุที่จะต้องชะลอการดำเนิน การไปก่อน โดยไม่มีกำหนด ซึ่งทางผู้เสนอราคารับทราบ และจะรอการประสานความคืบหน้าจาก รฟม.อีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ซึ่งจะมีการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ซึ่งมีนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เป็นประธาน ได้รับทราบถึงรายละเอียดของกรณีดังกล่าว พร้อมทั้งจะขอคำแนะนะด้วยว่าจะให้ทางรฟม. ดำเนินการอย่างไรต่อไป จะมีมติสั่งการให้ รฟม. ดำเนินการตามกระบวนการประกวดราคาต่อไป หรือจะให้ชะลอไปจนกว่าจะได้ข้อสรุปผลการตรวจสอบ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดแนวทางที่ชัดเจนในการดำเนินงานต่อไป รวมถึงอาจจะต้องดูท่าทีขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของประเทศญี่ปุ่น (Japan Tnternational Cooperation Agency : JICA) ด้วยว่าจะเป็นอย่างไร หากมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นจริง ทางไจก้าก็มีสิทธิ์ที่จะยกเลิกการประกวดราคาได้
อย่างไรก็ดีในการประชุมกรรมการประกวดราคาเมื่อวันที่ 28 ที่ผ่านมา มีคณะกรรมการซึ่งเป็นตัวแทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด ที่แสดงความเห็นออกมาอย่างชัดเจนว่าควรจะต้องหยุดการดำเนินการไว้ก่อน เพื่อรอให้ได้ความชัดเจนของผลการตรวจสอบว่าเป็นอย่างไร แล้วค่อยดำเนินการต่อ ทำให้คณะกรรมการท่านอื่นๆ เห็นคล้อยตามไปด้วย ในที่สุดจึงมีมติให้ชะลอการเชิญผู้เสนอราคามาชี้แจงรายละเอียดออกไปก่อน แล้ว รฟม.ก็จะหารือกับบอร์ด รวม ถึงป.ป.ช. เพื่อขอคำแนะนำด้วยว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป” แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวต่อว่า นอกจากจะหารือกับบอร์ดแล้ว รฟม. ก็จะทำหนังสือหารือไปยัง ป.ป.ช. ด้วยเช่นกัน เพื่อขอคำแนะนำว่าระหว่างการตรวจสอบนั้นรฟม. จะสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง จะสามารถทำตามกระบวนการการประกวดราคาต่อได้หรือไม่ หรือจะต้องหยุดทุกขั้นตอนไว้ รอจนกว่าการตรวจสอบจะเสร็จสิ้น
สำหรับประเด็นที่ทางป.ป.ช. ตั้งเป็นประเด็นสำคัญในการตรวจสอบนั้น เป็นเรื่องเดิมที่ รฟม. เคยถูกท้วงติงมาแล้วครั้งหนึ่ง ในระหว่างการเตรียมเปิดซองเอกสารข้อเสนอด้านเทคนิคของสัญญาที่ 1 และ 2 โดย ทาง รฟม. ได้ตั้งคณะกรรมการด้านกฎหมายขึ้นมาพิจารณาในรายละเอียดแล้ว และเห็นว่าการดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม และโปร่งใส ซึ่งรฟม. ได้รายงานข้อมูลการพิจารณาทั้งหมดให้ ป.ป.ช. รวมถึง สตง.แล้วด้วย
อย่างไรก็ดีการตรวจสอบในครั้งนี้ของป.ป.ช. ดูเหมือนจะเพ่งเล็งไปที่ประเด็นการปรับแก้เงื่อนไขในทีโออาร์บางข้อ มากกว่าเรื่องของการปรับราคา เนื่องจากการปรับราคานั้นสามารถตรวจสอบได้ชัดเจน เพราะในระหว่างการประกาศประกวดราคาเป็นช่วงที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงมาก และในขณะนี้ก็สามารถที่จะเจรจากับผู้เสนอราคาได้ แต่ในเรื่องของการปรับเงื่อนไขทีโออาร์บางข้อนั้น อาจจะดูเหมือนเป็นการปรับที่เอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเหมารายใหญ่บางราย ในขณะเดียวกันก็เป็นการปิดกั้นโอกาสของผู้รับเหมารายกลางบางราย อย่างไรก็ตามในมุมมองของรฟม. นั้น เห็นว่าเป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะไม่ต้องการให้เกิดกรณีผู้รับเหมาทิ้งงาน หรือมีปัญหาสภาพคล่องในการทำงาน หากไม่กำหนดคุณสมบัติให้เข้มข้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง” แหล่งข่าวกล่าว
ขณะเดียวกัน เมื่อมีการตรวจสอบ และตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากล อีกทั้งยังมีการยืนยันจากทาง ป.ป.ช. ด้วยว่าตรวจสอบพบมูลเหตุที่ส่อถึงการฮั้วประมูลเกิดขึ้น ทางรฟม. ก็คงต้องขอให้ได้รับความชัดเจนก่อน ซึ่งหากทาง ป.ป.ช. พิจารณา หรือเสนอแนะมาอย่างไร รฟม.ก็พร้อมที่จะดำเนินการตามข้อเสนอแนะ เนื่องจากเคารพในความเป็นองค์กรอิสระ ที่มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง และต้องการให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่มีปัญหาอีกในอนาคต
อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าหวั่นใจมาก เพราะหากทาง ป.ป.ช. พิจารณาและตัดสินมาว่ามีความผิดจริง จะส่งผลกระทบต่อการประมูลทั้งโครงการ นั่นคือจะส่งผลกระทบให้ประกวดราคาอีก 2 สัญญาที่เหลือต้องได้รับผลกระทบตามไปด้วย แหล่งข่าวกล่าว
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา รฟม. ได้ทำการเปิดซองเอกสารข้อเสนอด้านราคาสำหรับสัญญางานก่อสร้าง สัญญาที่ 1 โดยผู้ที่เสนอราคาต่ำสุด คือ กลุ่มบริษัท CKTC Joint Venture ซึ่งประกอบด้วย บมจ.ช.การช่าง และ บริษัท โตคิว คอนสตรัคชั่น จำกัด เสนอราคาเป็นวงเงิน 16,724,500,000.00 บาท ตามด้วยบริษัท บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น เสนอมาในราคา 17,100,000,000.00 บาท และกลุ่มที่เสนอราคามาเป็นลำดับที่ 3 คือ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ เสนอมาในราคา 17,917,009,462.00 บาท
สำหรับสัญญาที่ 2 จะเป็นงานโครงสร้างยกระดับส่วนตะวันตก ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร มีสถานีรถไฟฟ้าจำนวน 8 สถานี เริ่มจากสถานีสะพานพระนั่งเกล้าถึงสถานีคลองบางไผ่ และงานก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศใต้ของสะพานพระนั่งเกล้า มีบริษัทผู้รับเหมาร่วมยื่นข้อเสนอ จำนวน 3 บริษัท ได้แก่ กลุ่ม CKTC Joint Venture ประกอบด้วย บมจ. ช. การช่าง, บริษัท โตคิว คอนสตรัคชั่น จำกัด, กลุ่ม ITON Joint Venture (ประกอบด้วย บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์, บริษัท โอบายาชิ คอร์ปอร์เรชั่นฯ และ บริษัท นวรัตน์ พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) และรายที่ 3 คือ บมจ. ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น
ส่วนสัญญาที่ 3 เป็นงานก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงและอาคารจอดรถ ประกอบด้วย งานก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงที่บางใหญ่ และอาคารจอดแล้วจร จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ สถานีแยกนนทบุรี 1 สถานีท่าอิฐ สถานีสามแยกบางใหญ่ และสถานีคลองบางไผ่ มีบริษัทผู้รับเหมาร่วมยื่นข้อเสนอ จำนวน 5 บริษัท ได้แก่ บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์, กลุ่ม CKTC Joint Venture (ประกอบด้วย บมจ. ช. การช่าง, บริษัท โตคิว คอนสตรัคชั่น จำกัด), บมจ. ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น, กลุ่ม TAKENAKA-RITTA Joint Venture (ประกอบด้วย TAKENAKA และ บริษัท ฤทธา จำกัด) และกลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่ม PAR Joint Venture (ประกอบด้วย Power Line Engineering Public Company Limited, บมจ. แอสคอน คอนสตรัคชั่น และ บจก. รวมนครก่อสร้าง (ประเทศไทย)

อ้างอิง http://www.thaicontractors.com

Advertisements

ป้ายกำกับ: , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: