มาสเตอร์แปลน 101

อนันต์กร อมรวาที ปั้น “มาสเตอร์แปลน 101” เจาะตลาดเศรษฐี
นับเป็นความตั้งใจของชายผิวขาววัยกลางคน “อนันต์กร อมรวาที” ที่ฝันอยากนำพาบริษัทรับสร้างบ้าน “มาสเตอร์แปลน 101” ที่เขาปั้นมากับมือ ให้เป็นที่ยอมรับในฐานะผู้นำตลาดรับสร้างบ้านหรู เป้าหมายคือภายในปี 2556 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า

จากจุดนี้ “มาสเตอร์แปลน 101″ ยังมีภารกิจหลายอย่างที่รออยู่ แม้ตลาด รับสร้างบ้านหรูอาจมีคู่แข่งไม่มาก แต่ก็ ไม่ง่าย เพราะการปลูกสร้างบ้านระดับราคาตั้งแต่กว่า 10 ล้านบาท ไปจนถึงหลัก 100 ล้านบาท จำเป็นต้องอาศัย ประสบการณ์และทีมงานคุณภาพเพื่อมัดใจลูกค้ากลุ่มเศรษฐีหรือเจ้าสัว

” สำหรับผม สิ่งที่ลูกค้าต้องการ ต้องทำให้เขาพึงพอใจสูงสุดในทุกๆ ด้าน” อนันต์กร อมรวาที กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์แปลน 101 จำกัด ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ”

“อนันต์กร” บอกต่อว่า สิ่งที่มาสเตอร์ แปลนฯ กำลังทำอยู่คือ 1) พัฒนาคุณภาพบ้าน บริการแบบมืออาชีพ เพื่อสร้างชื่อเสียงบริษัท แล้วลูกค้าจะเข้ามาหาเอง 2) บริการดู “ฮวงจุ้ย” ถือเป็นตัวเสริมเพราะลูกค้าระดับมีความเชื่อมาก เรียกว่าเกือบทุกหลังต้องมีซินแสมาดู เป็นที่มา ของการจัดซินแสไว้บริการ ยกเว้นบางรายมีซินแสประจำของตัวเอง บางรายใช้ถึง 3 คนก็มี

” มาสเตอร์แปลน 101″ มี “พงศ์สดายุ นาคทอง” หรือ “ซินแสแจ็ค” เป็นซินแสด้านฮวงจุ้ยมา 3-4 ปีแล้ว มีชื่อจีนที่รู้จัก ในวงการชื่อ “ฟู่จื้อหมิง” มีลูกค้าที่มีชื่อเสียงมากมายที่เป็นดาราก็มี อาทิ พอลล่า ซาร่า (มาลากุล) ฯลฯ จุดเด่นของอาจารย์คือไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องฮวงจุ้ย อย่างเดียว แต่มองเรื่องความสวยงามด้วย เป็นการพบกันครึ่งทางระหว่าง “ดีไซน์” และ “ความเชื่อ”

“การสร้างบ้านตามหลักฮวงจุ้ยของ มาสเตอร์แปลนฯ คือ อาจารย์จะไปดูวัน เดือน ปีเกิดลูกค้า แล้วไปดูที่ดินปลูกสร้างบ้านจริง แล้วมาปรับผังหรือแบบบ้าน ให้ถูกต้องตามหลัก”

จากภาพรวมในสิ่งที่ มาสเตอร์แปลนฯ กำลังทำอยู่ โฟกัสลงลึกมาในรายละเอียดเชิงกลยุทธ์ “อนันต์กร” บอกว่า กลยุทธ์การตลาดของบริษัทในปีนี้คือ “2 P 2 C” เริ่มจาก 1) P-product แบบบ้านจะไม่เปลี่ยนใหม่บ่อยๆ 2) P-price ไม่แข่งขันราคาด้วยการตั้งราคาต่ำกว่าคู่แข่ง นโยบายการให้ส่วนลดปีนี้จะไม่เกิน 3% ยกเว้นการออกบูทตามงานอาจเพิ่มเป็น 5% แต่โดยภาพรวมตลาดจะให้ส่วนลดกันสูงสุดถึง 8% 3) C-channel เพิ่มช่องทางจำหน่ายจากการมีโชว์รูมแห่งใหม่ และ 4) C-communication เน้นสื่อสารให้ลูกค้ารู้จักแคแร็กเตอร์ของบริษัท

โดยเฉพาะการ “สร้างแบรนด์” ต้องเร่งทำตั้งแต่ต้นปีเพื่อให้ได้ลูกค้าเข้ามามากที่สุด เพราะปกติกลุ่มนี้จะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3-4 เดือนตัดสินใจ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นลูกค้าที่ชะลอตัดสินใจตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา

ล่า สุด บริษัทอยู่ระหว่างก่อสร้างโชว์รูมแห่งใหม่อยู่ติดถนนลาดพร้าว ใกล้กับปากทางซอยลาดพร้าว 101 มีพื้นที่ใช้สอยเกือบ 2,000 ตร.ม. ส่วนหนึ่งเป็นการแก้โจทย์เรื่อง “ทำเล” ของโชว์รูมปัจจุบันที่อยู่ไกลเข้าในซอยลาดพร้าว 101 คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมิถุนายนนี้ ฝ่ายขาย บริการลูกค้า จะย้ายไปที่โชว์รูมใหม่ทั้งหมด

“มั่นใจว่าเมื่อโชว์รูมแล้วเสร็จจะ เป็น คีย์ช่วยสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นได้ เพราะการสร้างบ้านระดับบนเรื่องความเชื่อมั่นเป็นส่วนประกอบสำคัญ และการมีโชว์รูมอยู่ติดถนนทำให้ลูกค้าวอล์กอินเข้ามาสะดวกขึ้น”

ใน แง่กิจกรรมนอกจากการเข้าร่วมงานแฟร์ของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านแล้ว ช่วงต้นเดือนเมษายนนจะจัดออกบูทที่โครงการคริสตัลปาร์ค เอกมัย-รามอินทรา เป็นกิจกรรมเชิงบีโลว์เดอะไลน์เพื่อเข้าหาลูกค้า

“อนันต์กร” อธิบายว่า โดยเฉลี่ยบริษัทมีความสามารถรับลูกค้าได้สูงสุดประมาณ 20 หลังต่อปี การพัฒนาคุณภาพควบคู่ ไปกับการปลูกสร้างบ้านหลังใหญ่ขึ้นราคาสูงขึ้น จึงเป็นสิ่งที่บริษัทต้องการมากกว่าเพิ่มจำนวนยูนิตที่สร้างต่อปีในช่วงนี้

ในแง่การก่อสร้างมาสเตอร์แปลนฯ แบ่งทีมช่างเป็น 3 ระดับ คือ 1) หัวหน้าช่าง 10 คน ดูแลเฉลี่ยคนละ 1-2 ไซต์งาน 2) แรงงานฝีมือกว่า 20 คน อายุงาน ตั้งแต่ 3 ปี ไปจนถึงกว่า 10 ปี และ 3) แรงงานระดับกรรมกร ซึ่งบริษัทจะต้องประชุมทุกเดือนเพื่อรับทราบความคืบหน้างานก่อสร้าง ปัญหา

ส่วน สเป็กวัสดุมีให้ลูกค้าเลือก 3 ระดับ ราคาต่ำที่สุดคือ 2.1 หมื่นบาท/ตร.ม. ระดับกลางคือ 2.4-2.5 หมื่นบาท/ตร.ม. และสูงสุดคือเกือบ 3 หมื่นบาท/ตร.ม. “อนันต์กร” บอกอีกว่า ปีนี้ตั้งเป้ารับลูกค้าเต็มกำลังการผลิต คิดเป็นยอดขาย 300 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 20% ปัจจุบันมีลูกค้าอยู่ระหว่างรอการตัดสินใจกว่า 10 ราย อยู่ระหว่างการตกลงราคา 3-4 ราย มูลค่างานเฉลี่ย 12-20 ล้านบาท/หลัง

โดย การสร้างยอดขายให้ได้ตามเป้าจะเน้นหนักช่วง 9 เดือนแรกรวมแล้ว 280 ล้านบาท แบ่งเป็นไตรมาสแรก 60 ล้านบาท ไตรมาสสอง 80 ล้านบาท และไตรมาสสาม 140 ล้านบาท เทียบกับ ปีที่ผ่านมาซึ่ง 9 เดือนแรกทำได้ 210 ล้านบาท ถือว่าเพิ่มขึ้นพอสมควร

เหตุผลที่ตั้งเป้าหมายแบบท้าทายมาจาก ประสบการณ์ การวิเคราะห์ลูกค้า และ คีย์ซักเซส 3 ส่วนคือ 1) ต้องเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไรและเสริมในจุดนั้น 2) ต้อง ไม่ลืมลูกค้าเก่า และ 3) บริการหลัง การขาย เพราะรับสร้างบ้านไม่ได้จบการทำธุรกิจเมื่อส่งมอบบ้านแล้วเท่านั้น

อย่าง 2 ปีก่อนก็บอกกันว่าเผาจริง บริษัทก็ตั้งเป้าไว้แบบนี้และสามารถทำได้ ซึ่งปีนี้ก็คาดหวังว่าจะทำได้อีก

อ้างอิง http://www.thaicontractors.com

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: