ภัยแผ่นดินไหว, แผ่นดินไหว

แผ่นดินไหว อีกหนึ่งพิบัติภัยที่ต้องระวัง!!
จากฤทธิ์ลมพายุไซโคลนที่พัดถล่มบริเวณลุ่มแม่น้ำอิรวดี กรุงย่างกุ้งประเทศพม่า ห่างไปอีกไม่นานก็เกิดพิบัติภัยแผ่นดินไหว 7.9 ริคเตอร์ที่มณฑล เสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีนสร้างความเสียหายมากมายโดยเฉพาะจำนวนผู้เสียชีวิตที่คาดการณ์ว่าอาจมีกว่า 5 หมื่นคน

นอกจากนี้ยังมีผู้สูญหายได้รับบาดเจ็บติดอยู่ใต้ ซากปรักหักพังของตัวอาคารโรงเรียน โรงงาน และอาคารที่ พักอาศัยอีกมากมายซึ่งถึงเวลานี้เหตุการณ์ธรณีพิโรธก็ยังคงมีความเคลื่อนไหวให้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง การเตรียมพร้อมเพื่อรู้และเข้าใจในภัยธรรมชาติ การปฏิบัติดูแลตนเองเพื่อให้ปลอดภัยห่างไกลจากภัยธรรม ชาติจึงมีความหมายความสำคัญ และจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เพิ่งผ่านไป แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นกับประเทศไทยโดยตรง แต่จากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวกรุงเทพมหานครสามารถรับรู้ได้โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในตึกสูงหลายสถานที่

แผ่นดินไหว ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของพื้นดินอันเนื่องจากการปลดปล่อยพลังงานเพื่อลดความเครียดที่สะสมไว้ภายในโลกออกมาเพื่อปรับสมดุลของเปลือกโลกให้คงที่ ส่วนหนึ่งจากข้อมูลศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งให้ความรู้ถึงการเกิดแผ่นดินไหว

นอกจากนี้นักธรณีวิทยายังอธิบายสาเหตุรวมถึงการสำรวจรอยเลื่อนที่มีพลังงานในประเทศไทยที่ต้องติดตามเฝ้าระวังว่า สาเหตุหลักของการเกิดแผ่นดินไหวเกิดได้ทั้งจาก การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก การระเบิดของภูเขาไฟ รวมถึงการกระทำของมนุษย์ อย่างการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ ฯลฯ

แต่แม้จะมีหลายสาเหตุแต่ส่วนใหญ่ของการเกิดแผ่นดินไหวขึ้นในโลกเป็น การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก เนื่องจากพื้นผิวโลกมีลักษณะเป็นแผ่นเคลื่อนที่ไปมาเกิดการชนกันบ้าง มุดตัวลงบ้างซึ่งบางครั้งทำให้เกิดการติดขัด แผ่นเปลือกโลกเกิดการคดโค้งโก่งงอและเมื่อมีการสะสมพลังงานถึงจุดหนึ่งก็จะเกิดการแตกหักและปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปคลื่นแผ่นดินไหว

“บริเวณการมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกที่ใกล้กับประเทศไทยจะเริ่มตั้งแต่ด้านตะวันตกของพม่าจรดถึงตะวันตกของเกาะสุมาตราซึ่งเมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่หลายต่อหลายครั้งในบริเวณดังกล่าวก็จะทำให้ประเทศไทยรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้”

แรงจากการมุดตัวของแผ่นเปลือกโลก ส่งผลกระทบต่อแผ่นดินด้านในทำให้เกิดรอยเลื่อนในแผ่นดิน อย่างที่ทราบกัน จากการสำรวจพบว่าในประเทศไทยมีกลุ่มรอยเลื่อน ที่มีพลังจำนวน 13 กลุ่ม ที่พาดผ่านพื้นที่ 22 จังหวัด ได้แก่ รอยเลื่อนแม่จัน จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่, รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน จ.ตาก, รอยเลื่อนเมย จ.ตาก จ.กำแพงเพชร, รอยเลื่อนแม่ทา จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน จ.เชียงราย, รอยเลื่อนเถิน จ.ลำปาง จ.แพร่, รอยเลื่อนพะเยา จ.พะเยา จ.เชียงราย จ.ลำปาง, รอยเลื่อนปัว จ.น่าน, รอยเลื่อนอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์ รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ จ.กาญจน บุรี, รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี จ.สุพรรณบุรี จ.อุทัยธานี และจ.ตาก, รอยเลื่อนระนอง จ.ระนอง จ.ชุมพร จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.พังงา รอยเลื่อนคลอง มะลุ่ย จ.สุราษฎร์ธานี จ.กระบี่ จ.พังงา และ รอยเลื่อนท่าแขก จ.หนองคาย จ.นครพนม

แนวรอยเลื่อนเหล่านี้ ที่ผ่านมาได้มีการจัดทำแผนที่บริเวณที่มีความเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวโดยแบ่งระดับความรุนแรงให้ติดตามเฝ้าระวัง ในการก่อสร้างอาคารจึงควรคำนึงถึงความปลอดภัย อย่างภาคเหนือบางจังหวัดที่อาจได้รับความรุนแรงจากแผ่นดินไหวระดับ VII-VIII เมอร์คัลลี ซึ่งมีความ เสี่ยงในการเกิดความเสียหายระดับปานกลาง ในภาคอีสานมีโอกาสได้รับผลของการสั่นสะเทือนน้อยกว่า III เมอร์คัลลี ซึ่งถือว่าไม่มีความเสี่ยงอาจไม่จำเป็นต้องออกแบบอาคารรับแรงแผ่นดินไหว เป็นต้น

ส่วนมาตราวัดพลังงานแผ่นดินไหวตรงจุดกำเนิดใช้หน่วยเป็น ริคเตอร์ ตัวเลขที่ทำให้เปรียบเทียบขนาดของแผ่นดินไหวต่าง ๆ ที่มักได้ยินกันบ่อยครั้งเวลาเกิดแผ่นดินไหวนั้น นักธรณีวิทยาอธิบายเพิ่มว่า หากน้อยกว่า 3.0 ริค เตอร์ขนาดของแผ่นดินไหวจะเล็กมาก 3.0-3.9 ริคเตอร์ ขนาดแผ่นดินไหวเล็ก 4.0-4.9 ริคเตอร์ค่อนข้างเล็ก ส่วนขนาด 5.0-5.9 ริคเตอร์ ปานกลาง 6.0-6.9 ริคเตอร์ค่อนข้างใหญ่ 7.0-7.9 ริคเตอร์ใหญ่และมากกว่า 8.0 ริคเตอร์ขนาดของแผ่นดินไหวใหญ่มาก และจากที่ผ่านมาประเทศไทยมีการเกิดแผ่นดินไหวขึ้นหลายครั้งนับแต่อดีตกาล โดยครั้งที่รุนแรงสุดกล่าวกันว่าแผ่นดินไหวทำให้อาณาจักรโยนกล่มสลาย

แต่จากการรวบรวมข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหวในช่วง 30 กว่าปีที่ผ่านมามีทั้งขนาดน้อยกว่า 3 ริคเตอร์ สูงสุด 5.9 ริคเตอร์ อย่างในปีพ.ศ. 2526 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 ริคเตอร์ ครั้งนั้น ตลอดภาคกลาง ภาคเหนือสามารถรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนสร้างความตื่นตระหนกและมีความเสียหายเล็กน้อย
การศึกษา ติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหว แม้จะมีอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่อาจจะกำหนด ทำนายสถานที่ความ รุนแรงของแผ่นดินไหวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ การรู้เข้าใจถึงการเกิดขึ้นของแผ่นดินไหว เตรียมพร้อมเพื่อรับมืออยู่ร่วมกับภัยธรรมชาติด้วยความปลอดภัยจึงมีความหมายความสำคัญ

“จากทัศนคติที่ไม่อยากให้ภัยมาใกล้ตัว แต่ในการเตรียมพร้อมบางครั้งอาจละเลยมองข้ามกันจนกลายเป็นความประมาท ในเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อจะต้องเผชิญสิ่งแรกที่ควรทำคือการตั้งสติให้มั่นอย่าตื่นตกใจ สำหรับตึกสูงที่มีผู้ อยู่อาศัยจำนวนมากควรมีการเตรียมพร้อมอพยพคนออกจากตึกอย่างมีระเบียบหลังจากแผ่นดินไหวผ่านไป

แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเร็วและไหวไม่นาน หากอยู่ภายในอาคารควรหลบอยู่ในที่ที่แข็งแรงปลอดภัยจากสิ่งของที่จะหล่นโค่นลงมาอย่างหลบอยู่ใต้โต๊ะ อยู่ห่างจากหน้าต่าง ประตูที่เป็นกระจก ห่างจากสายไฟ และห้ามใช้ลิฟต์ ฯลฯ จากนั้นเมื่อแผ่นดินไหวผ่านไปให้รีบออกมาให้พ้นจากอาคาร อยู่ในที่โล่งแจ้ง รวมทั้งติดตามข่าวสารความคืบหน้าของเหตุการณ์”

นอกจากนี้หากอยู่ใกล้ชายฝั่งเมื่อได้รับการแจ้งเตือนหรือรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนก็ให้รีบออกจากบริเวณนั้นโดยเร็วเพราะอาจเกิดคลื่นสึนามิได้ ส่วนการปลูกสร้างอาคารในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวควรออกแบบอาคารรับแรงแผ่นดินไหวอย่างเหมาะสมกับพื้นที่ ซึ่งไม่เพียงก่อให้เกิดความปลอดภัยแต่ยังช่วยลดความสูญเสียได้อีกด้วย

ก่อนต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติ การเตรียมพร้อม เรียนรู้เรื่องภัยต่าง ๆ เหล่านี้มีความหมายความสำคัญ เช่นเดียวกับพิบัติภัยแผ่นดินไหว แม้ห้ามการเกิดขึ้นไม่ได้ แต่สามารถป้องกันก่อนความสูญเสียมาเยี่ยมเยือนได้.
พงษ์พรรณ บุญเลิศ

อ้างอิง http://www.thaicontractors.com

Advertisements

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: