“ถนนกีบหมู” ทำเลทองตลาดแรงงานต่างด้าว

“ถนนกีบหมู” ทำเลทองตลาดแรงงานต่างด้าว
จากการที่ได้ลงพื้นที่สำรวจแรงงานต่างด้าวหลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณถนนสุเหร่าคลองหนึ่ง หรือย่านกีบหมู ในเขตคลองสามวาพบว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งแรงงานรายวันที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ โดยจะมีผู้ใช้แรงงานออกมารอผู้รับเหมาก่อสร้างที่ริมถนนสุเหร่าคลองหนึ่ง ในตอนเช้าตรู่เป็นจำนวนมาก โดยแรงงานดังกล่าวจะมาจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือเป็นส่วนมาก นอกจากนี้ยังมีแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชาปะปนอยู่ด้วย

ในทุก ๆ เช้าที่บริเวณริมถนนสุเหร่าคลองหนึ่ง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ถนนกีบหมู” ผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนสายนี้จะได้พบกับชีวิต ของคนกลุ่มผู้ใช้แรงงานกว่าพันคน ต่างยืนรอการจ้างงานอยู่ริมถนน โดยจะมีคนขับรถมาหาคนที่ต้องการจะจ้างงาน เช่น ช่างไม้ ช่างปูน ช่างสี และกรรมกร ซึ่งค่าจ้างก็จะอยู่ที่วันละ 250-300 บาท ส่วนช่างฝีมือก็จะอยู่วันละ 350 – 400 บาท และเมื่อเจรจาต่อรองเงินค่าจ้างได้แล้ว ผู้จ้างงานก็จะพาขึ้นรถกระบะไปทำงานตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ จนถึง 5 โมงเย็นก็จะมาส่งลงที่ถนนกีบหมู
จากการได้เข้าไปพูดคุย เราได้พบกับ นายบุญมา แจะแส ผู้นำชุมชนสุเหร่าคลองหนึ่ง หมู่ 11 ได้เล่าให้ฟังว่าถึงความเป็นมาของชุมชนสุเหร่าคลองหนึ่ง เมื่อก่อนนั้นแถวนี้เขาเรียกกันว่า “กีบหมู” มาจากเสียงเรียกที่เพี้ยนมาจากชื่อ “ปลีกหมู” ซึ่งตอนนั้นได้มีชาวมุสลิม จากปัตตานีอพยพย้ายถิ่นฐานมาอยู่แถวมีนบุรี และคันนายาว แล้วมีคนกลุ่มหนึ่งตั้งบ้านเรือน อยู่บริเวณคลองกีบหมู เขตคลองสามวา แต่เนื่องจากคนส่วนใหญ่ในท้องถิ่น นับถือศาสนาอิสลาม และมีมัสยิดยามีอะห์ เป็นศูนย์กลางชุมชนติดกับคลองหนึ่ง จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สุเหร่าคลองหนึ่ง” เพื่อให้เหมาะควรกับความเป็นชุมชนมุสลิม

นายบุญมา แจะแส กล่าวว่า ปัจจุบันมีแรงงานเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยมีแรงงานกว่า 3,000 คน ซึ่งส่วนมากจะเป็นแรงงานชาวอีสาน ชาวเหนือ และจะมีแรงงานต่างด้าวอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งเท่าที่สังเกตดูจะเป็นแรงงานชาวลาว และเขมรมากที่สุด ส่วนชาวพม่านั้นในย่านกีบหมูจะมีจำนวนไม่มากนัก

แรงงานต่างด้าวในย่านกีบหมูเหล่านี้จะอยู่รวมกันประมาณ 3-5 คน โดยอาศัยห้องเช่าราคาถูก ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากในย่านนั้น ที่สำคัญแรงงานต่างด้าวเหล่านี้หากพวกเขาไม่บอกก็จะไม่รู้ว่าเป็นแรงงานต่างด้าว สามารถพูดภาษาไทยได้อย่างชัดเจน บางรายมาทำงานอยู่เมืองไทยเป็นเวลาหลายปี

สำหรับรูปแบบการหางานก็ไม่มีอะไรซับซ้อน คนงานกลุ่มนี้จะนำเอาอุปกรณ์เครื่องมือก่อสร้างเท่าที่จะหาได้ เพื่อแสดงตนว่าเป็นแรงงานฝีมือสาขาอะไร ยืนถือติดตัวรอผู้ว่าจ้างอยู่ริมถนน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการจ้างงานแบบเร่งด่วน ซึ่งค่าจ้างแล้วแต่ทั้งสองฝ่ายจะต่อรองกันเอง คนจ้างอาจจะมารับคนงานเพียงหนึ่งคนหรือเป็นกลุ่มก็ได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน
ายบุญมา กล่าวอีกว่า แรงงานต่างด้าวที่ย่านกีบหมูเหล่านี้ จะไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน เพราะยังไม่มีการสำรวจ และพวกเขาจะไม่กล้าเปิดเผยตัวเองมากนัก จะรู้กันเฉพาะในกลุ่มแรงงานด้วยกันเท่านั้นว่า พวกเขาคือแรงงานต่างด้าว มีหลายครั้งที่ผู้รับเหมามารับคนงานเหล่านี้ไปโดยไม่รู้ว่าเป็นแรงงานต่างด้าว เมื่อตำรวจตั้งด่านตรวจค้นรถก็เจอแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ที่ไม่มีใบอนุญาตก็โดนปรับเป็นจำนวนมาก
“ผมว่ากลุ่มแรงงานเหล่านี้น่าจะมีไม่น้อยกว่า 2,000 คน ส่วนใหญ่เช่าห้องพักอยู่ในชุมชนกีบหมู บ้างก็อยู่แบบเร่ร่อน แม้ว่าทำให้เศรษฐกิจภายในชุมชนเฟื่องฟู ร้านค้าต่างๆ มีรายได้เยอะ แต่กลับทำให้วัฒนธรรมของชาวมุสลิมต้องเสื่อมเสีย เพราะมีคนงานดื่มเหล้าแล้วทะเลาะวิวาท และยังลักเล็กขโมยน้อย เมื่อก่อนเคยขโมยของหลวงเช่น มิตเตอร์น้ำ สายไฟฟ้ารวมทั้งเสพยาบ้า แต่ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีเพราะชาวบ้านช่วยกันเป็นหูเป็นตา และจัดตั้งอาสาสมัครเป็นตำรวจบ้านคอยเฝ้าระวังไม่ให้พวกเขาสร้างปัญหาขึ้นอีก
“แรงงานต่างด้าวพวกนี้ ส่วนมากจะเป็นพวกหลบหนีเข้าเมือง ไม่มีใบอนุญาต แต่พวกเขาก็สามารถไปทำงานได้ และได้ค่าแรงมากพอกับคนไทย คือผู้ชายอย่างน้อยก็ 350 บาท ส่วนผู้หญิงก็ประมาณ 250-300 บาทต่อวัน เมื่อมีเถ้าแก่ หรือผู้รับเหมามารับคนงาน แรงงานต่างด้าวเหล่านี้ก็จะผสมรวมไปกับแรงงานไทย แต่ก็มีบ่อยครั้งที่ถูกตำรวจจับ”
ผมอยากบอกไปถึงผู้รับเหมาที่จะมารับแรงงานที่กีบหมูด้วยว่า ก่อนที่ท่านจะเอาคนงานไป ทางที่ดีต้องให้เขาแสดงบัตรก่อนว่าเป็นคนไทยหรือไม่ เพราะแรงงานต่างด้าวเหล่านี้จะพูดไทยได้ และมักจะบอกว่าเป็นคนในจังหวัดที่อยู่ติดชายแดน เช่น อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ เป็นต้น หากตำรวจตรวจเจอมีสิทธิ์โดนปรับแพงมาก เกิดกรณีแบบนี้กับนายจ้างบ่อยครั้งมาก ทำให้ชุมชนเสื่อมเสียชื่อเสียง”

ขณะที่ นายไพโรจน์ สุดใจ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตคลองสามวา เจ้าของพื้นที่ย่านกีบหมู ซึ่งเป็นแหล่งขายแรงงานที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของกทม. กล่าวปฏิเสธว่า ในพื้นที่เขตคลองสามวา อาจจะมีแรงงานต่างด้าวแอบแฝงอยู่จริง แต่การตรวจสอบทำได้ยากเพราะไม่มีใครยอมรับว่าเป็นแรงงานต่างด้าว ซึ่งสาเหตุที่มองกันว่า เขตคลองสามวามีแรงงานต่างด้าวมากนั้น ข้อเท็จจริงเป็นเพียงแรงงานอพยพจากจังหวัด บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ที่มารวมตัวกันอยู่ที่แฟลตการเคหะ ถนนรามอินทรา ย่านสุเหร่าคลองหนึ่ง ซึ่งแรงงานเหล่านี้จะพูดภาษาท้องถิ่นหรือภาษาเขมร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นแรงงานต่างด้าว

อย่างไรก็ตามเขตเคยร่วมกับสน.บางชัน เข้าไปจัดระเบียบในแฟลตการเคหะดังกล่าวมาแล้ว ไม่พบแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายจริงๆ และได้จดทะเบียนราษฎร ไว้แล้วในส่วนนี้ จากการสอบถามแรงงานเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะทำงานในหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากในพื้นที่เขตคลองสามวา ในอนาคตได้เตรียมที่จะเปิดเขตคลองสามวาให้เป็นตลาดแรงงานต่างด้าวแบบเสรี

อ้างอิง http://www.thaicontractors.com

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: