ป้ายโฆษณา

นายกสมาคมป้ายฯ เปิดใจ ชาวป้ายโฆษณา เปลี่ยนแผนรุกตลาดอินโดจีนหนึ่งในคำเปิดใจนายกสมาคมป้ายฯ คนใหม่ ‘ยุวพล พรประทานเวช’ เผยชาวป้ายเริ่มถอดใจ กทม.ไม่ร่วมด้วยช่วยแก้ปัญหาเตรียมบ่ายหน้าลงทุนเปิดตลาดใหม่ในอินโดจีน
“พอเข้าหน้าฝนทีไร ประเด็นเรื่องป้ายโฆษณาล้มก็มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดทุกครั้ง แล้วก็มักตามมาด้วยการลงดาบแก้ปัญหาแบบเหวี่ยงแหจากภาครัฐแทบจะทุกครั้งไป” คือคำเปิดใจของ ยุวพล พรประทานเวช นายกสมาคมผู้ผลิตป้ายและโฆษณาแห่งประเทศไทย(แอสป้า)เอ่ยขึ้นถึงปัญหาที่ยืดเยื้อมาหลายวาระสมัยนับตั้งแต่จัดตั้งสมาคมป้ายฯ
ยุวพลเล่าถึงปัญหางูกินหางซึ่งหากไม่ได้รับการใส่ใจจากภาครัฐโดยเฉพาะกทม.อย่างจริงจังแล้วนั้นทางแก้ไขที่เหมาะสมและเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจก็ยิ่งแทบไม่เห็นทาง
“ส่วนใหญ่ของป้ายที่ล้ม ไม่ได้เป็นป้ายของสมาชิกสมาคมเรา โดยมากเป็นป้ายของผู้ประกอบการอิสระ ซึ่งมีที่ดินในทำเลดี มีเงินทุน ก็สร้างป้ายขึ้นมาให้เช่าเสียเอง แต่เนื่องจากไม่ใช่มืออาชีพ จึงไม่คิดใส่ใจดูแล สร้างหนเดียวคิดจะเก็บเงินไปเป็นสิบปี โดยไม่คิดจะบำรุงรักษาแต่พอล้มขึ้นมาทุกคนต่างพุ่งเป้ามาที่สมาคมฯ”ยุวพลกล่าว
อย่างไรก็ตาม ยุวพล ยอมรับว่าสมาชิกของสมาคมแทบจะทุกรายมีป้ายที่สร้างผิดไปจากแบบที่กฎหมายกำหนดด้วยกันทั้งนั้น โดยให้เหตุผลว่าข้อกำหนดที่กฎหมายระบุไว้ ไม่เอื้อต่อการทำหน้าที่สื่อสารของป้ายโฆษณาได้จริง แต่ยุวพลก็ยืนยันด้วยเช่นกัน
“หากจะพูดเรื่องความปลอดภัยแล้วแอสป้ารับประกันได้ว่าป้ายของสมาชิกมีความปลอดภัยมากกว่าป้ายที่สร้างถูกกฎหมายของเจ้าของป้ายรายย่อยเสียอีก”
โดยสมาคมได้กำหนดให้ป้ายของสมาชิกจะต้องมีวิศวกรตรวจสอบความปลอดภัยและเซ็นรับรองความมั่นคงทุกปี พร้อมกันนี้สมาชิกทุกรายต้องทำประกันภัยบุคคลที่สามเพื่อแสดงถึงความพร้อมที่จะรับผิดชอบกรณีที่เกิดความเสียหายจากป้ายล้มเพราะแรงลมด้วย
แต่ขณะที่ทางสมาคมพยายามหาทางแก้ปัญหาให้รอบด้านที่สุด เพื่อความอยู่รอดในเชิงธุรกิจนั้น การลงดาบจาก กทม. กลับส่งผลกระทบแก่ผู้ประกอบการ
โดยเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นอกจาก กทม.ได้ส่งจดหมายถึงสมาคมและสมาชิกให้รื้อถอนป้ายโฆษณารวม 382 ป้าย จากผู้ประกอบการกว่า 100 บริษัทนั้น ทาง กทม.ยังได้ทำหนังสือถึงเจ้าของสินค้าที่ซื้อสื่อโฆษณาอีกด้วยว่าสินค้าเหล่านั้นมีโทษเพราะซื้อสื่อกับป้ายโฆษณาที่ผิดกฎหมาย
แนวทางดังกล่าวกระทบต่อธุรกิจอย่างรุนแรง โดยสินค้าต่างๆ ยกเลิกซื้อสื่อโฆษณาและไม่ต่อสัญญาเป็นจำนวนมาก โดยใน 4 เดือนแรกที่ผ่านมาพบว่ามูลค่าการใช้จ่ายเพื่อซื้อสื่อป้ายโฆษณาขนาดใหญ่หายไปจากตลาดกว่า 30%
หนทางแก้ไขขณะนี้ ยุวพล วางแผนไว้เป็นกรอบอย่างกว้างๆ สำหรับภาระหน้าที่นายกสมาคมคนใหม่ว่า ต้องการจะผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายใหม่ให้เอื้อต่อการทำธุรกิจให้ได้ โดยทางสมาคมพร้อมที่จะลงทุนเพิ่มเพื่อจัดระเบียบป้ายเสียใหม่ให้เป็นระเบียบเหมือนกันทั้งหมด เพียงแต่ขอทยอยทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้สมาชิกที่เพิ่งขึ้นป้ายใหม่ได้มีเวลาเก็บเกี่ยวรายได้ให้พอคุ้มทุนก่อน
โดยตั้งความหวังว่า ภายใน 6 ปี นับจากนี้ ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ใน กทม.จะมีความเป็นระเบียบเหมือนกันหมด ซึ่งขณะนี้ทางสมาคมเตรียมที่จะเสนอแผนทางแก้ปัญหาให้ทางกทม.ได้พิจารณา

ส่วนป้ายที่ผิดกฎหมายนั้นคงต้องถูกรื้อทิ้ง ขณะที่ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าภาครัฐจะตัดสินใจอย่างไร จัดเป็นภาวะสั่นคลอนที่ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังมองไม่เห็นทางออกนั้น

ยุวพล เล่าว่า ขณะนี้ได้มีสมาชิกซึ่งเป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่ 7-8 ราย เตรียมตัวอพยพย้ายไปฐานการลงทุนธุรกิจป้ายโฆษณาไปยังประเทศในแถบอินโดจีน โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งมีศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจป้ายโฆษณายังเพิ่งแค่เริ่มต้น จึงเป็นโอกาสที่ดีหากจะเข้าไปลงทุน และคาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนนี้ภายในปี 2552

อ้างอิง http://www.thaicontractors.com

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: