AutoCAD Revit Architecture 2009 Suite

ชาติชาย สุภัควนิช
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทูพลัส ซอฟท์ จำกัด
คณะกรรมาธิการวิทยาศสตร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ วุฒิสภา
อาจารย์พิเศษหลักสูตร วท.บ. (คอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบและบริหารงานก่อสร้าง) ม.พระจอมเกล้าพระนครเหนือ

AutoCAD Revit Architecture 2009 Suite
สุดยอดโปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรม

โครงการ The Beach ตำบลบางแสน ชลบุรี

โครงสร้างอาคารโครงการ The Beach

รูปด้านของโครงการ The Beach

ภาพตกแต่งภายในของโครงการ The Beach

หากมีคนถามว่าโปรแกรมเขียนแบบ 2 มิติ ( 2D CAD) ทั่วโลกใดที่ใช้กันมากที่สุด คำตอบก็คือโปรแกรม AutoCAD และหากมีการถามต่อไปอีกว่าโปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรมที่ใช้งานมากที่สุด คือตอบก็คงยังเป็น AutoCAD Revit Architecture โดยเป็นโปรแกรมจาก Autodesk,Inc เช่นเดิม แต่หากถามต่อไปอีกว่า หากต้องการที่จะลงทุนกับโปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรมซักโปรแกรมหนึ่ง โปรแกรมใดจะคุ้มค่าที่สุดในขณะนี้ ซึ่งแน่นอนที่สุดคำตอบก็ยังเป็น AutoCAD Revit Architecture Suite

AutoCAD Revit Architecture 2009 Suite เป็นโปรแกรมล่าสุด ณ ปัจจุบันของ Autodesk,Inc ซึ่งเป็นการใช้เครื่องมือพื้นฐานที่นิยมใช้กันมากที่สุดในโลก มาให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันทันทีเพราะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้คำสั่งต่างๆจากโปรแกรมอื่นๆอีกครั้ง ไม่ต้องเสียเวลามากในการเรียนรู้การใช้งานอีก และเพิ่มเอาคำสั่งของเทคโนโลยีใหม่ในการออกแบบสถาปัตยกรรม 3 มิติลงไปเรียกว่า BIM- Building Information Modeling หรือ การโมเดลรายละเอียดอาคารนั้นเอง เพราะเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารอาคาร สามารถแบ่งปันข้อมูลที่ออกแบบอาคารได้อย่างต่อเนื่องและครบวงจรชีวิตของอาคาร (Building Life Cycle) เทคโนโลยีนี้ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ช่วยให้ สถาปนิก วิศวกร และผู้รับเหมาก่อสร้าง และ เจ้าของอาคาร ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ โดยใช้ไฟล์มาตรฐานกลางที่เรียกว่า IFC- Industrial Foundation Class รุ่นล่าสุดมาใช้

โปรแกรมนี้พัฒนาโดย Autodesk,Inc ซึ่งเป็นบริษัทคอมพิวเตอร์ด้าน CAD รายใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีรายได้ต่อปีกว่า 70,000 ล้านบาท และยังมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ในขณะที่คู่แข่งมีรายได้ต่อปีเพียง 1,500 ล้านบาท มีรายได้ขึ้นๆลงๆไม่แน่นอน ทำให้การพัฒนาโปรแกรมได้ไม่ต่อเนื่อง และง่ายที่จะถูกคู่แข่งเข้าซื้อกิจการหรือบางโปรแกรมก็ถูกซื้อไปแล้ว หากเป็นเช่นนั้นก็จะทำให้ผู้ใช้งานสูญเสียโอกาสในการทำงานกับคำสั่งใหม่ๆ ต้องเสียเงินซื้อใหม่ เสียเวลาไปเรียนรู้กับโปรแกรมใหม่อีก ซึ่งไม่คุ้มกันที่จะเลือกลงทุนกับโปรแกรมรายเล็กๆ สำหรับรูปแบบการทำงานของโปรแกรมใคร่ขออธิบายคร่าวๆดังนี้

Drafting & Modeling

Revit เป็นโปรแกรมสำหรับการออกแบบสถาปัตยกรรม 3 มิติโดยเฉพาะ เริ่มโดยการเขียนแบบแปลนพื้นอาคาร โปรแกรมจะขึ้นรูปให้เป็นอาคาร 3มิติให้เองอัตโนมัติ สามารถใช้คำสั่งในการออกแบบต่างๆที่มาพร้อมโปรแกรมได้เลยทันที เช่น การออกแบบโครงหลังคา หรือ จะให้หลังคาเป็นรูปทรงโค้งพิเศษก็ได้ คำสั่งออกแบบบันไดก็ช่วยให้สถาปนิกเลือกออกแบบได้ตามต้องการได้ง่าย โดยคำสั่งประตูหน้าต่าง และผนัง เป็นวัตถุแบบปรับค่าได้ที่มีในโปรแกรมอยู่แล้วให้เลือกได้ทันที ทันทีที่เขียนแปลนพื้นเสร็จ สถาปนิกสามารถสั่งให้โปรแกรมเขียนรูปด้าน และรูปตัดอาคารได้อัตโนมัติ ลดการเขียนแบบผิดพลาด ขัดแย้งกันได้มาก หากมีการเปลี่ยนแปลงระยะหรือรายละเอียดอื่นๆภายหลัง แบบก่อสร้างที่เป็น 2 มิติก็จะปรับปรุงให้เองทันที ช่วยให้สถาปนิกทำงานได้สะดวก รวดเร็วกว่าเขียนด้วยมือ 2 มิติแบบเดิม

Design Visualization

สถาปนิกสามารถมองเห็นผลงานเป็น 3 มิติที่กำลังลงมือออกแบบได้ทุกขณะ เพื่อที่จะสามารถตรวจสอบและแก้ไขได้ทันที เพื่อให้แบบก่อสร้างถูกต้องแม่นยำตามที่ต้องการออกแบบ โดยการระบายสีภาพโปรแกรมมีคำสั่งช่วยให้สถาปนิกเลือกได้ตั้งแต่ สำหรับตรวจงานแบบง่ายๆ โดยเป็นสีและเงาแบบสีเดียว ไปจนถึงการระบายสีแบบมืออาชีพ ซึ่งจะได้เป็นภาพ 3 มิติเสมือนจริงด้วยคำสั่ง Ray Tracking และ Radiosity โดยสร้างเป็นภาพนิ่งและเคลื่อนไหว(Animation) ได้
โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมเสริมใดๆทั้งสิ้น

Collaborative Project Management การออกแบบสถาปัตยกรรมนี้จำเป็นจะต้องทำงานร่วมกับผู้ออกแบบหลายๆคน และหลายๆสาขา โปรแกรม Revit ออกแบบมาให้ผู้ใช้ทำงานได้ตั้งแต่คนเดียว จนถึง เป็นองค์กร ให้ทำงานได้อย่างราบรื่น ตั้งแต่ ขบวนบริหารงานออกแบบ บริหารการเขียนแบบ บริหารต้นทุน การบริหารงานประมูล การบริหารงานก่อสร้าง จนถึงการบริหารทรัพยากรอาคาร (Facilities Management) โดยคำสั่งใน Revit ไฟล์ที่ใช้ และโปรแกรมเสริมต่างๆ ที่เข้ามาทำงานต่อเนื่องกับ Revit

และ Autodesk® Design Review ยังเป็นโปรแกรมที่ช่วยให้ท่านสามารถรีวิวแบบก่อสร้างได้ทั้ง 2 และ 3 มิติ ทั้ง DWG,BIM และ Microsoft Office โดยไม่ต้องส่งเข้าส่งออกกับโปรแกรมอื่นๆ สามารถบันทึกความเห็น หรือ วงกลมอธิบายที่แบบได้โยตรงได้โดยไม่รบกวนไฟล์เดิม สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของแบบก่อสร้างได้ตลอดเวลา และ ใช้โปรแกรมนี้ได้ฟรี !

Solutions

เพราะ Autodesk,Inc เป็นบริษัท CAD ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้บริษัทมีเงินทุนจำนวนมากในการพัฒนาโปรแกรมให้ทำงานให้ได้ครบวงจรมากกว่าโปรแกรมอื่นๆในท้องตลาด เช่น โปรแกรมโมเดลเขียนแบบรายละเอียดโครงสร้าง Revit Structure โปรแกรมวิเคราะห์โครงสร้าง Autodesk Robot Structural Analysis โปรแกรมงานระบบ Revit MEP โปรแกรมงานวิศวกรมโยธา Autocad Civil 3D โปรแกรมประมาณราคา Autodesk Quantity Takeoff โปรแกรมบริหารก่อสร้าง Autodesk Buzzsaw หรือโปรแกรมวิเคราะห์พลังงานอาคาร Ecotect(www.ecotect.com) เป็นต้น ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้ในโปรแกรมตระกูลเดียวกันง่าย ซึ่งยังมีผู้ร่วมพัฒนาอื่นๆ พัฒนาให้ Revit ทำงานให้เพิ่มเติมเฉพาะทางอีกมากมาย เช่น Affinity for Revit เป็นต้น ซึ่งแตกต่างจากโปรแกรมอื่นๆเป็นโปรแกรมเดี่ยวๆ ทำให้ไม่สามารถต่อเชื่อมกับโปรแกรมอื่นได้ง่าย ถึงแม้จะส่งไฟล์เป็น IFC แล้วก็ตาม

AutoCAD Revit Architecture 2009 จึงเป็นคำตอบสุดท้ายที่เหมาะสมที่สุด และคุ้มค่าที่สุด สำหรับสถาปนิก พนักงานเขียนแบบ วิศวกร และผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานออกแบบ ก่อสร้างและบริหารอาคารที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดจากคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ โดยทูพลัส ซอฟท์ฯ มีการจัดสัมมนาฟรีเรื่อง Revit Architecture อยู่ตลอดเวลา สามารถเช็ครายละเอียดได้ที่ http://www.twoplussoft.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: