แผ่นดินไหว

บ้านพักอาศัยในประเทศไทยพร้อมรับมือกับแผ่นดินไหว มากน้อยเพียงใด ?

ประชาชนโดยทั่วไปมักจะตื่นตนักจากภัยอันตรายแผ่นดินไหว ซึ่งมีแนวโน้มเกิดถี่และรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งมักจะคิดว่าแรงจากแผ่นดินไหวนี้จะส่งผลเสียหายให้กับอาคารสูงเป็นอันมาก แต่ความจริงแล้วแรงจากแผ่นดินไหวนั้นจะส่งผลร้ายให้กับอาคารขนาดเล็กมากกว่า ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ประเทศจีน ญี่ปุ่น และ ทั่วโลก เพราะอาคารสูงนั้นมีการออกแบบให้รองรับกับแรงที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวกันอยู่แล้ว และมีการคำนวณแรงลมสำหรับการปะทะกับอาคาร ทำให้สามารถพอที่จะชดเชยกับแรงที่เกิดขึ้นตอนแผ่นดินไหวได้บางส่วน

อาคารขนาดเล็ก เช่น บ้านพักอาศัย ตึกแถว และอพาร์ทเม้นท์ สถานีตำรวจ สถานีอนามัย และ สถานีดับเพลิง เป็นต้น ล้วนเป็นอาคารที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาจากแรงที่เกิดจากแผ่นดินไหวทั้งสิ้น ซึ่งเวลาที่เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่จะทำให้หน่วยงานที่คิดว่าจะช่วยเหลือเราได้กับหลายเป็นว่า อาคารของหน่วยงานเหล่านั้นก็ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถให้การช่วยเหลือเราได้ เช่น รถดับเพลิง ออกมาไม่ได้เนื่องจากอาคารของหน่วยงานเองก็เสียหายทำอันตรายกับรถดับเพลิง สถานีอนามัยก็เสียหายไม่สามารถรองรับกับประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บได้ รถกู้ภัยของโรงพยาบาลก็มีปัญหา เป็นต้น โดยยังไม่มีหน่วยงานราชการใดมากออกแบบป้องกันภัยอันตรายที่เกิดขึ้นระดับชาติเลย เพราะในปัจจุบันจะเป็นการวางแผนป้องกันการเสียหายจากแผ่นดินไหวและภัยธรรมชาติขนาดเล็กๆเท่านั้น โดยหากเกิดขึ้นเป็นวงกว้างแล้ว จะแก้ไขกันอย่างไร

บ้านพักอาศัย 1- 3 ชั้น ซึ่งมีความสูงต่ำกว่า 15 เมตร โดยทั่วไปแล้วไม่ได้ออกแบบและก่อสร้างอาคารป้องกันแรงจากแผ่นดินไหวเลย เพราะกฎหมายไม่ลงไปควบคุม และความรู้ของสถาปนิก วิศวกรโครงสร้าง ที่มีความรู้ความเข้าใจนั้นมีอยู่เป็นจำนวนน้อย ตลอดจนผู้รับเหมาก่อสร้าง 99.99 % นั้นแทบจะเรียกว่าไม่มีความเข้าใจ เลย

ภาพรวม

สถาปนิก โดยทั่วไปมักจะไม่มีความรู้และความเข้าใจเรื่องของแผ่นดินไหวเลย ทำให้การออกแบบสถาปัตยกรรมไม่ไปในทิศทางเดียวกันกับวิศวกรรมโครงสร้างต้านแผ่นดินไหว เช่น เสามีขนาดเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับความสูงของเสา ออกแบบให้เกิดลักษณะที่เป็นเสาสั้น ซึ่งทำจะให้เกิดการเสียหายจากแรงเฉือนได้ง่าย

วิศวกรโครงสร้าง ส่วนใหญ่ไม่มีความรู้เรื่อง การออกแบบต้านแผ่นดินไหว และกฎหมายต้านแผ่นดินไหว ของ กรมโยธาธิการและผังเมือง ฉบับปี 2550 ซึ่งทำให้การออกกฎหมายไม่ค่อยได้ผลมากนักในด้านการปฎิษัติ และ กฎหมายนี้จะบังคับใช้เฉพาะอาคารที่สูงกว่า 15 เมตร ขั้นไปเท่านั้น

ผู้รับเหมาก่อสร้าง และผู้ควบคุมงาน ไม่มีความรู้เรื่องการควบคุมการก่อสร้างต้านแผ่นดินไหว ทำให้การเสริมเหล็ก การสร้างจุดต่อโครงสร้างนั้น เป็นจุดอ่อนที่เป็นอันตรายต่อโครงสร้างเวลาเกิดแผ่นดินไหว

บริษัท รับสร้างบ้าน สามารถใช้ การออกแบบและก่อสร้างต้านแผ่นดินไหว เป็นกลยุทธ์ด้านการตลาด ได้เป็นอย่างดี โดยจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ซื้อหรือเจ้าของบ้านได้รับรู้ถึง ประโยชน์และความปลอดภัยที่จะได้รับ เพราะบ้านนั้นเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงและความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัย

การก่อสร้างอาคารใหม่นั้น การพิจารณาให้อาคารสามารถต้านแผ่นดินไหวนั้น เป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างยิ่ง แต่อาคารที่มีการปลูกสร้างไปก่อนหน้านั้นมีจำนวนหลายล้านหลังในกรุงเทพมหานคร นั้นก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวางแผนรับมือกับภัยพิบัติด้วย ซึ่งนาย ชาติชาย สุภัควนิช ผู้เชี่ยวชาญ คณะกรรมการธิการ ICT ของวุฒิสภา ใด้ให้ความเห็นว่า “รัฐบาลจำเป็นจะต้องกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ในการเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติ ที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและมีผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพราะปัจจุบันเป็นการกำหนดเป็นแนวทางระดับกรม ซึ่งไม่เพียงพอในการรับเมือ เพราะหากเกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่นั้นจะต้องใช้ผู้รับผิดชอบหลายกระทรวง ทำให้จะต้องมีการกำหนดแนวทางโดยรัฐบาล ”

Advertisements

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: