บทความ นิติวิทยาศาสตร์ไขความจริงไฟไหม้ซานติก้า

นิติวิทยาศาสตร์ไขความจริงไฟไหม้ซานติก้า
พญ.คุณหญิงพรทิพย์” เปิดเนื้อใน ขั้นตอนตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ซานติก้าผับ ยันทำตามคำสั่ง “พีระพันธ์” ก่อนตรวจได้รับคำยืนยันจากกองวิทยาการว่าไม่ต้องการเก็บหลักฐานใดเพิ่มเติม แล้ว สอบเบื้องต้นพบวัสดุที่ใช้ทำฝ้าเพดานที่ควรเป็นวัสดุทนไฟอย่างมาก แต่ในที่เกิดเหตุกลับพบว่าใช้วัสดุที่ติดไฟง่ายและลุกไหม้ได้อย่างรวดเร็ว สงสัยโซนวีไอพีขนโซฟาขวางทางหนีไฟ “จงรัก” ซีนพยานแจง “พีระพันธ์” ไม่เห็นนักร้องนำจุดพลุ แต่เห็นใช้เท้ากระทืบลูกไฟ พร้อมแนะยกมาตรฐานนำผู้เชี่ยวชาญ ระดับ ดร.วิเคราะห์สาเหตุเพลิงไหม้
จากเหตุเพลิงไหม้ซานติก้าผับ สถานบันเทิงชื่อดังย่านทองหล่อ เมื่อคืนนับถอยหลังเข้าสู่ปี 2552 ที่สร้างความเศร้าสลดใจให้กับญาติพี่น้องของเหยื่อ รวมถึงความรู้สึกของคนไทยจำนวนมาก จนถึงวันนี้แม้ตำรวจจะสรุปสำนวนคดีเบื้องต้น พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องรวม 6 คน โดยผู้ต้องหาคนสำคัญ คือ นายสราวุธ อะริยะ อายุ 28 ปี นักร้องนำวงเบิร์น เขาถูกหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง เลขที่ ส.157/2552 ลงวันที่ 26 ม.ค.52 ในความผิดข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ และกระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาท และเป็นเหตุให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหาย และมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ โดยพนักงานสอบสวน นำโดย พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร.อ้างเหตุผลมีพยานยืนยันว่านักร้องนำคนดังกล่าวเป็นคนจุดพลุมัจจุราช
ขณะที่ข้างฟากกระทรวงยุติธรรมที่ดึงเอาหลายหน่วยงานทั้งกรมสอบสวนคดี พิเศษ(ดีเอสไอ)สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมกันสืบสาวราวเรื่องหาสาเหตุที่แท้จริงคู่ขนานกับตำรวจ ซึ่งก็ดูเหมือนหลักฐานข้อมูลที่ได้จะสวนทางกับตำรวจเมื่อ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม งัดภาพเด็ดที่ได้จากวีดีโอบันทึกการแสดงดนตรีของซานติก้าผับ ในคืนเกิดเหตุที่เป็นผลพวงจากการเข้าตรวจที่เกิดเหตุของ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และทีมงาน
วันนี้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่กำลังไขไปสู่ความจริงแห่งต้นสายปลายเหตุไฟไหม้ซานติก้าซึ่ง พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษ ทีมข่าวอาชญากรรม ASTV/ผู้จัดการ โดยเล่าถึงการตรวจสอบซานติก้าผับว่า การเข้าพื้นที่ตรวจสอบที่ซานติก้าทำตามคำสั่งของนายพีระพันธ์ วันเข้าตรวจสอบมีทั้ง ดีเอสไอ ,ป.ป.ท.และได้ประสานไปยังกองวิทยาการตำรวจ แต่ก็ได้รับคำยืนยันจากกองวิทยาการว่าไม่ต้องการเก็บหลักฐานใดเพิ่มเติมแล้วจึงเข้าตรวจที่เกิดเหตุทันที

“การตรวจสอบในส่วนของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจสอบเฉพาะประเด็นปัจจัยต้นเหตุเพลิงไหม้ ต้นเหตุอาคาร และเหตุอื่น ที่อาจซ่อนเร้นอยู่ ซึ่งเหตุแห่งเพลิงไหม้สามารถแยกองค์ประกอบได้ 3 ส่วน 1.ความร้อน 2.เชื้อเพลิง และ 3.ออกซิเจน และวิเคราะห์ต่อว่าความร้อนน่าจะเกิดจากสาเหตุใดหากเกิดจากพลุเอฟเฟกต์ใคร เป็นผู้จุด วัสดุหรือเชื้อเพลิงตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าวัสดุที่ใช้ทำฝ้าเพดานที่ควรเป็น วัสดุทนไฟอย่างมากแต่ในที่เกิดเหตุกลับพบว่าใช้วัสดุที่ติดไฟง่ายและลุกไหม้ได้อย่างรวดเร็ว”

สงสัยขนโซฟาขวางทางหนีไฟ

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ เล่าถึงการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอีกว่า ในโซนวีไอพี ที่ภายในห้องนี้จะมีเวทีอีกจุดหนึ่ง ยังพบว่ามีโซฟา ถูกนำมาวางปิดประตูทางเชื่อมระหว่างห้องวีไอพี กับห้องโถงใหญ่ซึ่งเป็นจุดที่เพลิงไหม้อย่างมากซึ่งตนยังไม่ทราบว่าโซฟา ตัวดังกล่าวถูกนำมาวางกั้นไว้ตั้งแต่ต้นหรือไม่ ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่าโซฟาดังกล่าวไปอยู่จุดนั้นได้อย่างไร ข้อมูลขณะนี้บอกได้เพียงมีคนพยายามขนโซฟาดังกล่าวแต่ขนไปทำไมยังไม่สามารถ ตอบได้ซึ่งประเด็นนี้จะต้องตรวจสอบจากภาพถ่ายของตำรวจอีกครั้ง

“นอกจากนี้ยังสามารถเก็บกล้องวีดีโอ ซึ่งทราบว่าทางตำรวจเก็บเมมโมรี่การ์ดจากกล้อง 2 ตัวได้ก่อนหน้านี้แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้นำมาเป็นหลักฐานแต่ให้น้ำหนักไปที่พยานบุคคล”

ทั้งนี้การลงพื้นที่ตรวจสอบวันดังกล่าวได้ใช้เครื่อง จีที 200 ทำการตรวจสอบ ซึ่งเครื่องจีที 200 สามารถตรวจได้ทั้งสารระเบิด วัตถุระเบิด ปืนและเครื่องกระสุนปืน ยาเสพติดและศพ ส่วนเรื่องโครงสร้างอาคารจากที่ประเมินร่วมกันก็ตรงกับวิศวกรรมสถานพบว่าไม่ มีสัญญาณเตือนเรื่องควัน ไม่มีป้ายบอกทางออก ประตูทางออกลึกลับซับซ้อนมีทางออกทางด้านหลัง และยังมีอะไรบางอย่างกั้นประตูทางออกทำให้คนออกไม่ได้

ตรวจพบสารเฮโรอีน-โคเคน

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่าประเด็นเรื่องธุรกิจอื่นๆ จากการใช้เครื่องจีที 200 ตรวจพบจุดตัดสารเสพติดเฮโรอีนและโคเคน รวม 6 จุด แต่ในบางจุดไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ ต่อมาเมื่อได้มีการตรวจสอบซ้ำครั้งที่ 2 ที่เดินทางไปพร้อมนายพีรพันธุ์ เน้นการตรวจเรื่องสารเสพติดพบ 3 จุดที่มีสารโคเคนและเฮโรอีน บริเวณห้องพักพนักงานทั้ง 2 ห้องและห้องพักนักดนตรี ส่วนบริเวณห้องโถงใหญ่ก็พบจุดตัดสารยาเสพติดแต่ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ และได้นำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งที่ห้องปฏิบัติการผลตรวจยืนยันว่าเป็นสารประกอบโคเคนและเฮโรอีน

พยาน”จงรัก”แจงไม่เห็นนักร้องนำจุดพลุ

“การประชุมร่วมกันระหว่างคณะทำงานของกระทรวงยุติธรรมกับ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร.เนื่องจากพล.ต.อ.จงรักต้องการขอดูวีดีโอที่ตนได้มาซึ่งนายพีระพันธุ์ บอกให้มาดูที่กระทรวง เมื่อมีการดูแล้วทางตำรวจก็ยังจะให้น้ำหนักที่พยานบุคคลและยื่นฟ้องนักร้องนำวงเบรินไปก่อน นอกจากนี้คณะทำงานของกระทรวงยุติธรรมได้ฟังพยานบุคคลทั้ง 2 ปากโดยพยานผู้หญิงและผู้ชายทั้ง 2 ปากเป็นแฟนกัน ฝ่ายชายบอกว่าเขาไม่รู้เขาไม่ได้สรุปเพราะเขาไม่เห็น ส่วนฝ่ายหญิงบอกว่าทำไมสิ่งที่เห็นในวีดีโอไม่เหมือนกับที่ตนเห็น ซึ่งจริงๆแล้วเขาเห็นเหตุการณ์หลายอย่างซึ่งตอนที่พลุถูกจุดขึ้นในวีดีโอกับ ที่เขาเห็นก็ไม่ใช่เหตุเดียวกัน ซึ่งภาพในวีดีโอเห็นชัดเจนว่านักร้องนำที่ถูกกล่าวหาก้มลงไปจริงแต่ไปเอา เท้ากระทืบลูกไฟที่ตกลงมา นอกจากนี้พยานฝ่ายชายยังบอกว่าที่จริงแล้วฝ่ายหญิงได้สลบหมดสติไปและไปฟื้น ที่โรงพยาบาลด้วย ในที่ประชุมหลังจากนั้น รมว.จึงย้ำว่าเราไม่ได้ทะเลาะกันนะ และเมื่อ พล.ต.อ.จงรัก ขอวีดีโอกับตน ตนจึงถาม รมว.ว่าให้ได้หรือไม่แต่ รมว.บอกว่าอย่าเพิ่งเลยเพราะจะโอนคดีมาแล้วและจะให้ตำรวจมาร่วมสอบที่กระทรวง”พญ.คุณหญิงพรทิพย์กล่าว

“ตนไม่ได้มีเจตนาเป็นอื่นถ้าดูจากวงนอกจะเห็นว่ามันมีแรงต้าน ซึ่งตนก็อยากจะให้สังคมเห็นว่ามันมีแรงต้านที่จะไม่ยอมรับ ดังนั้นการมาพูดภายหลังว่าตนไม่ให้วีดีโอมันไม่ใช่ เขาจะรับฟังพยานบุคคลให้น้ำหนักพยานบุคคลมากกว่า เมื่อวันที่ นายพีระพันธุ์ แถลงข่าวก็แถลงครบทุกประเด็นแต่มาจบที่ประเด็นนิติวิทยาศาสตร์ สื่อสะท้อนให้เห็นเรื่องคลิปวีดีโอ ทำให้สังคมมองว่าทำไมตนต้องหักหน้าตำรวจแต่มันไม่ใช่”พญ.คุณหญิงพรทิพย์กล่าว

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวถึงการเก็บกล้องวีดีโอดังกล่าวได้ในที่เกิดเหตุว่า จริงๆแล้วกล้องทั้ง 3 ตัวหล่นอยู่ที่พื้น หากจะวิเคราะห์ให้ตรงประเด็น กระบวนการเก็บพยานหลักฐานของทั้ง 2 สถาบันมีความเป็นอิสระต่อกัน การที่ตนไปเจอกล้องดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการจับผิด แต่เป็นการทำหน้าที่อย่างดีที่สุดมากกว่า ซึ่งตนก็ไม่ได้มองว่ากองวิทยาการตำรวจทำหน้าที่บกพร่อง เพราะสามารถเก็บกล้องไปได้ 2 เครื่อง แม้วิทยาการจะไม่ได้เป็นผู้เก็บได้จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุแต่ได้จาก พนักงานสอบสวนในภายหลังก็ตาม ซึ่งไม่ได้เป็นการทำดีแล้วจะไปย่ำยีคนอื่นไม่มีการตำหนิกัน แต่ทำไมไม่ประเมินการทำงานของตัวเองเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพนักงานสอบสวนแต่ เกี่ยวกับการตรวจสถานที่เกิดเหตุว่า ตรวจอย่างไรจึงไม่เห็น

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ยังทิ้งท้ายถึงการตรวจสอบว่าหลังจากโอนคดีเป็นคดีพิเศษแล้วต้องไปประมวลหลัก ฐานที่ได้มาทั้งหมดให้ละเอียดอีกครั้ง ซึ่งพยานหลักฐานหลักๆที่จะเชื่อมไปยังภาพรวมทั้งหมดได้น่าจะอยู่กับตำรวจ

แนะนำผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์เหตุเพลิงไหม้

อย่างไรก็ตามตนขอฝากว่าการวิเคราะห์เหตุเพลิงไหม้ต้องใช้ผู้เชี่ยว ชาญ ซึ่งในระบบของต่างประเทศจะใช้ผู้เชี่ยวชาญระดับ ด็อกเตอร์ที่จะต้องรู้จักไฟอย่างถ่องแท้ ทฤษฎีไฟไหม้เป็นฟิสิกส์ ต้องเชื่อมโยงการตรวจคราบน้ำมัน พิสูจน์พรหม และสิ่งที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ซึ่งเห็นว่าประเทศไทย ควรมีระบบดังกล่าวด้วย ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตนเอง และเมื่อจะสรุปสาเหตุต้องได้ข้อมูลทั้งหมดว่าพยานเห็นอะไรบ้าง คนวิ่งไปทางใหน คนช่วยดับเพลิงเห็นอะไรบ้าง เช่นกรณีของซานติก้า คนช่วยทุบกระจกที่อยู่ด้านหน้าเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ แต่การทุบกระจกมีผลเสียคือทำให้ออกซิเจนเข้าไปภายในได้ทำให้ไฟเปลี่ยนทิศและ ลุกลามยิ่งขึ้น

จนถึงตอนนี้ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ เองก็ยังไม่ขอสรุปสาเหตุเพลิงไหม้ เพราะเห็นว่าการสรุปไม่ใช่เรื่องง่ายจึงยังไม่พยายามสรุป ยังมีรอยไหม้อีกหลายจุดและยังมีข้อมูลอื่นๆประกอบอีก ซึ่งในที่สุดแล้วก็ยังต้องนำทั้งหมดทั้งมวลมาประมวลผล ขณะนี้หากจะสรุปก็สรุปได้เพียงว่าหากเป็นพลุเอฟเฟกต์ทำให้ไฟไหม้แต่ภาพในวีดีโอสามารถบอกได้ว่าผู้จุดไม่ใช่นักร้องนำวงเบริน

อย่างไรก็ตามนี่ถือเป็นเพียงเรื่องการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เท่า นั้น ในส่วนประเด็นอีกหลายเรื่องทั้งเส้นทางการเงิน ประเด็นการปลอมแปลงลายมือชื่อสถาปนิก ในการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร รวมถึงประเด็นการถือหุ้นของนายตำรวจ จนทำให้ไม่มีการเข้าไปตรวจสอบอีกเลย ยังเป็นเรื่องที่ทั้ง ดีเอสไอ ป.ป.ท. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.)จะต้องร่วมกันคลี่ปมปัญหาให้สังคมได้รับรู้โดยเร็วด้วย

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: