ไร้มาตราการความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินจากการเกิดเพลิงไหม้

ไร้มาตราการความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินจากการเกิดเพลิงไหม้

ทุกครั้งที่เกิดแหตุการณ์น่าสลดจากการเกิดเพลิงไหม้อาคารที่มีผู้คนเสียชีวิตหลายคนพร้อมๆกัน เรามักจะเห็นว่ามีทั้งผู้เกี่ยวข้องและไม่ค่อยเกี่ยวข้องดาหน้ากันออกมาให้สัมภาษณ์ต่างก็ว่า กำลังตามหาเจ้าของอาคารที่ประมาทเลินเล่อที่ทำให้คนเสียชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะมีเงินค่าขวัญให้ผู้เสียชีวิต 10,000 บาทมั่ง 20,000 บาทมั้ง ผู้หลักผู้ใหญ่ก็นำเอากระเช้าดอกไม้ไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บหรือไปงานศพของผู้เสียชีวิต แต่ทุกครั้งมักจะออกมาว่าเกิดจากไฟช็อตลัดวงจร แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ซานติก้า เป็นการเกิดเพลิงไหม้ต่อหน้าคนจำนวนมาก แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องก็ออกมาแสดงเป็นตัวละครเหมือนๆเดิม หากมาตราการให้มีความปลอดภัยเป็นจับต้องได้เลย และที่ประกาศกันออกมามักจะเป็นมาตราการเป็นครั้งๆตามหลังปัญหาที่เกิด ซึ่งไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาอะไร ซ้ำร้ายมาตราการเหล่านี้จะเป็นตัวการในการก่อให้เกิดปัญหาที่ร้ายแรงมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก เพราะปัญหาไม่ได้แก้ตรงที่จุดเกิดปัญหา แต่จะมักไปจบเอาที่การแก้ที่ปลายของปัญหา ทำเพื่อให้ครบองค์พิธีกรรม คือ การตั้งหน่วยงานใหม่เพิ่มมาเพื่อทำการตรวจสอบ และเมื่อไม่ได้ผลก็จะเพิ่มอีกหน่วยงานอื่นขึ้นมาอีกเรื่อยๆ ซึ่งสามารถมองได้ดังนี้ 1. ซึ่งความจริงปรากฎว่าขณะนี้กว่า 2000 สถานบันเทิงในกรุงเทพมหานคร ยังไม่ได้รับการตรวจสอบอาคาร ทั้งๆที่พรบ. มีผลในการบังคับใช้หลายปีมาแล้ว ทางกรมโยธาธิการเองก็ไม่สามารถเข้าไปบังคับใช้ได้อย่างเต็มที่ ผู้ตรวจสอบอาคาร ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ประกาศพรบ. ผู้ตรวจสอบอาคาร ว่าอาคารสาธารณะต้องมีการตรวจสอบอาคารทุกปี ซึ่งรับจากผู้จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรมเป็นผู้เข้ารับการอบรมเพียง 45 ชม. โดยเนื้อการเน้นเรื่องการดับเพลิงเป็นหลัก ซึ่งหลักสูตรนั้นมีเวลาและเนื้อหาน้อยมาก ไม่สามารถนำมาใช้งานได้จริง เป็นเพียงให้ทราบหลักการกว้างๆเท่านั้นเอง ซึ่งไม่เป็นการเพียงพอที่จะออกใบรับรองเป็นผู้ประกอบวิชาด้วยซ้ำ โดยเนื้อหาขอบเขตคความรับผิดชอบของผู้ตรวจสอบยังไม่แน่นอน เช่น หากเกิดเพลิงไหม้อาคารที่ตรวจสอบว่าผ่านการรับรองแล้ว ผู้ตรวจสอบต้องรับผิดชอบหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะบอกกันว่ารับรองเฉยๆ ไม่ได้รับผิดชอบ แล้วถ้าเช่นนั้นจะมีไปเพื่ออะไร การรตรวสอบอาคารว่าได้มาตราฐานนั้นได้ มาตราฐานอะไร เพราะประเทศไทยนั้นยังไม่มีมาตราฐานด้านนี้ ซึ่งจะเป็นเพียงการให้ผู้ตรวจสอบใช้หลักการกว้างๆและดูด้วยตาเปล่าเท่านั้นเอง ไม่ได้มีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี หรือ เครื่องไม้เครื่องมือใดๆที่ทันสมัยให้จับต้องเป็นหลักวิทยาศาสตร์ได้ 2. การออกใบอนุญาตสถานบันเทิง ซึ่งต่างประเทศมักจะออกใบอนุญาตโดยหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ เช่น เทศบาล เป็นต้น แต่ประเทศไทยเรายังเป็นตำรวจเป็นผู้ออกใบอนุญาต การที่เป็นทั้งหน่วยงานที่ออกใบอนุญาตและเป็นผู้ควบคุมในหน่วยเดียวกัน ซึ่งเป็นหลักการที่ถูกต้องเพราะง่ายในการเกิดคำครหาในการดำเนินการ เพราะจะเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนได้ง่าย โดยการออกใบอนุญาตนั้นใช้หลักเกณฑ์อะไรในการตัดสิน และใช้คุณสมบัติของบุคลากรด้านใดเป็นผู้พิจารณา เช่น ระยะทางหนีไฟ เวลาในการหลบหนีจากไฟไหม้ การทนไฟของวัสดุที่ใช้ ทางหนีไฟ อุปกรณ์การดับเพลิง เป็นต้น สามารถวิเคราะห์เป็นหลักวิทยาศาตร์ได้หรือไม่ต่อสาธารณะ เพื่อให้เป็นหลักการในการออกแบบอาคารสถานบันเทิงต่อไป และควรจะประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการออกใบอนุญาตก่อสร้าง หรือดัดแปลงอาคารโดยตรง จะได้ไม่เป็นการซับซ้อนให้ผู้ประกอบดำเนินการได้สะดวก 3. การดับเพลิงไหม้อาคาร นั้นเป็นหน้าที่โดยตรงของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ซึ่งก่อนหน้านั้นคือ ตำรวจดับเพลิง โดยต่างประเทศหากการเกิดเพลิงไหม้แล้วจะต้องไปถึงจุดเกิดเหตุภายใน 5 นาที เพราะการไปถึงจุดเกิดเหตุนานกว่านั้นจะยากในการดับเพลิงไม่ให้อาคารเกิดการเสียหายทั้งหลัง แต่ที่ไปส่วนใหญ่จะไปเพื่อไม่ให้ไปไหม้อาคารหลังอื่น หรือ ไม่ให้คนในอาคารเสียชีวิต ในหลายๆกรณีตัวอย่างพบว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงดับเพลิงผิดวิธีด้วยซ้ำไป ขาดแคลนเจ้าหน้าที่ระดับปฎิบัติที่มีความรู้ความชำนาญ เพราะไม่มีการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ผจญเพลิงเก่งๆส่วนใหญ่ที่ได้รับการฝึกมาค่อยค้างดีมักจะเกษีษณกันหมด หรือ ขึ้นไปตำแหน่งบริหารกันหมดแล้ว ซึ่งกลุ่มนี้จะได้รับการส่งไปฝึกที่ต่างประเทศโดยตรงเมื่อตอนเป็นตำรวจดับเพลิง เจ้าหน้าที่ใหม่จะมักฝึกต่อไปกันไป แต่การฝึกก็ไม่ได้เข้มข้น และไม่มีวิทยาการใหม่ๆ การเข้าไปยังจุดเกิดเหตุแล้วเปิดน้ำฉีดไปยังเพลิงไหม้เป็นหลักการการดับเพลิงสมัยโบราณ เพราะสูญเสียน้ำจำนวนมากด้วยเวลาเพียง 5 นาทีในรถดับเพลิง 1 คัน รถดับเพลิงเข้าไปยังจุดเกิดเหตุยากและผิดหลักวิธีดับเพลิง ทำให้ใช้เวลามากทำให้เกิดการสูญเสีย การที่ขาดแคลนเจ้าหน้าที่ ทำให้ต้องเกิดหน่วยกู้ภัยเอกชนที่ทำเพื่อการกุศลเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งไม่มีสวัสดิการและกฎหมายรองรับ ทำให้เป็นปัญหาในทางปฎิบัติในหลายๆกรณี ความรู้และเทคนิคใหม่ๆในการดับเพลิง นอกจากการใช้น้ำแล้ว ยังมีอีกหลายวิธี เช่นการฉีดโฟมเข้าไปเพื่อลดความร้อนจากเพลิงไหม้ การเจาะรูที่หลังคา เพื่อให้เพลิงไหม้ได้พุ่งขี้นอากาศแทนการกระจายตัว แต่เมื่อไฟไหม้เมื่อไรฉีดน้ำอัดเข้าไปเพลิงไหม้ทุกที เผอๆคนที่ตายไม่รู้ตายด้วยไฟที่ถูกน้ำดันมาหรือเปล่า ซึ่งส่วนใหญ่เรามักไม่ได้ให้ความสำคัญในการจัดฝึกอบรมและมักอ้างว่ามมีงบประมาณ หากเจ้าหน้าที่ไม่มีความรู้หากมีเครื่องมือแพงๆยังไงก็ไม่เกิดประโยชน์ กฎเกณฑ์และระเบียบที่ใช้บังคับข้าราชการพลเรือนทั่วไปนั้น เป็นอุปสรรคหนึ่งให้กับเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เพราะหากนำเครื่องมือช่วยดับเพลิง เช่น เหล็กงัด ซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาสูงหลายหมื่นบาท หากหายในระหว่างช่วยเหลือผู้ประสบภัยในอาคาร ก็ต้องรับผิดชอบซื้อมาให้คืนราชการ ซึ่งทำให้เป็นอุปสรรคมากในการผจญเพลิง ทำให้เครื่องมือที่มีอย่างจำกัดจำเขี่ยนั้นไม่ค่อยถูกนำมาใช้งาน ส่วนใหญ่มักจะแก้ปัญหาโดยการสั่งซื้อรถดับเพลิง แต่ขาดงบประมาณในการซ่อมบำรุงอย่างถูกต้อง และใช้ งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ 4. กฎหมายด้านการออกแบบก่อสร้าง เช่น พรบ.ควบคุมอาคาร และ ข้อบัญบัติเทศบาล ที่มีผลบังคับใช้กันในปัจจุบันนั้น มีข้อกำหนดไม่กี่ข้อที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ เช่น จำนวน ระยะทางของบันไดหนีไฟ ซึ่งกำหนดไว้น้อยมาก และหากถามว่าหากทำตามกฎหมายที่มีทั้งหมดแล้ว อาคารนั้นจะปลอดภัยจริงๆหรือไม่ คำตอบก็คือ ยังไม่ปลอดภัยอยู่ดี เพราะเรายังไม่มีมาตราฐานข้อกำหนดเรื่องวัสดุที่ใช้ในอาคารประเภทต่างๆอยู่ดี เช่น วัสดุประเภทใดทนไฟได้เท่าไร ตามมาตราฐานอะไร เป็นต้น เพราะประเทศไทยนั้นยังไม่มาตราฐานด้านความปลอดภัยเลย ทำให้เกิดเป็นว่าต่างคนต่างทำตามความเข้าใจของสถาปนิก เจ้าของอาคาร โดยสถาปนิก วิศวกรโยธา นั้นก็ไม่ได้มหาวิทยาลัยใดในประเทศไทยที่สอนด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม เปิดสอนวิชา เกี่ยวกับการดับเพลิง หลักการออกแบบป้องกันเพลิงไหม้อาคาร การที่ไม่มีประเทศไทยเรานั้น ไม่มีมาตราฐานด้านการทำให้อาคารเกิดความปลอดภัยจากการเกิดเพลิงไหม้อาคารแบบบูรณาการ ตั้งแต่ การออกแบบอาคาร การบำรุงรักษาอาคาร และการตรวจการใช้อาคาร ให้ผู้เกี่ยวข้องได้รู้ ได้ศึกษา และเข้าใจ ตั้งแต่ สถาปนิก วิศวกร ช่างเทคนิค ผู้ใช้อาคาร เจ้าของอาคาร เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหน่วยงานของรัฐ การแก้ปัญหาเป็นส่วนๆเป็นครั้งๆนั้น และหากภาครัฐเองยังไม่มีวิธีที่แก้ไขที่ถูกต้องแล้ว นอกจากจะเสียจากเงินภาษีราษฎรโดยใช่เหตุแล้ว ยังจะเป็นตัวการที่จะก่อให้เกิดปัญหาโศกนาคกรรมครั้งใหญ่ตามมาอีกครั้งแล้วครั้งเล่า

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: