Posts Tagged ‘บล็อกประสาน’

บล็อกประสาน

พฤษภาคม 4, 2009

เทคโนโลยีบล็อกประสาน วว. ตอนที่ 1
บ้านที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของมนุษย์ บ้านใช้ในการพักผ่อน หลบแดดฝน ภัยธรรมชาติ ดังนั้นบ้านที่ดีจะต้องมีทั้งความสวยงาม อยู่สบายและความมั่นคงแข็งแรง แต่ทุกสิ่งที่ต้องทำจะมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เมื่อต้องการลดค่าใช้จ่ายทั้งจากตัววัสดุ ขนาดรูปแบบก็จะทำให้ความสวยงาม หรือความแข็งแรงลดลงไป
บล็อกประสานวว. คือ วัสดุก่อสร้างประเภทหนึ่งที่ได้พัฒนารูปแบบของก้อนบล็อกให้มีรูหยอดน้ำปูน ร่อง และเดือยบนตัวบล็อก เพื่อให้สะดวกในการก่อสร้างโดยเน้นการใช้วัตถุดิบในพื้นที่ได้แก่ ดินลูกรัง หินฝุ่น ทราย หรือวัสดุเหลือทิ้งต่างๆที่มีความเหมาะสมนำมาผสมกับปูนซีเมนต์ และน้ำในสัดส่วนที่เหมาะสม อัดเป็นก้อนด้วยเครื่องอัด แล้วนำมาบ่มให้บล็อกแข็งตัวประมาณ 7 วัน จะได้บล็อกประสานวว. ที่มีความแข็งแกร่งสูง มีลักษณะพิเศษที่สามารถใช้ในการก่อสร้างอาคารต่างๆ ได้สวยงามงามตามธรรมชาติ อยู่สบายไม่ร้อนอบอ้าว และยังสามารถก่อสร้างเป็นถังเก็บน้ำได้อย่างรวดเร็ว สวยงาม และประหยัดกว่างานก่อสร้างทั่วไป เหมาะกับยุค เศรษฐกิจพอเพียงในปัจจุบัน
บล็อกประสาน วว. สามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทตามการใช้งาน คือ บล็อกประสาน วว. แบบก้อนตรงขนาดกว้าง × ยาว × สูง เท่ากับ 12.5 × 25 × 10 ซม. และขนาด 15 × 30 × 10 ซม. ใช้สำหรับการก่อสร้างอาคารทั่วๆ ไป และแบบก้อนโค้งขนาดกว้าง × ยาว × สูง เท่ากับ 15 × 30 ×10 ซม. รัศมี 3.00 เมตร ใช้สำหรับการก่อสร้างถังเป็บน้ำความจุ 7 ลบ.ม. ต่อความสูง 1 เมตร ซึ่งสามารถสร้างได้สูง 3 เมตร หรือเก็บน้ำได้ 21 ลบ.ม.
การใช้บล็อกประสาน วว. มีข้อดีคือสามารถผลิตก้อนบล็อกประสาน และนำไปก่อสร้างได้ด้วยตัวเอง หรือใช้แรงงานภายในครัวเรือน โดยใช้เงินลงทุนน้อย ลดการตัดไม่ทำลายป่า ที่สำคัญคือ ไม่ต้องเผาทำให้ลดภาวะโลกร้อนลงได้ จึงจัดได้ว่าเป็นวัสดุประเภทหนึ่งที่มีความเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันอย่างมาก
บล็อกประสาน วว. ถือกำเนิดในห้องปฏิบัติการ วว. ในปีพ.ศ.2510 โดยนาย สุทธิศักดิ์ สำเร็จประสงค์ วิศวกรของสาขาวิจัยอุตสาหกรรมการก่อสร้าง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ที่ได้ค้นคว้าวัสดุทดแทนไม้ และได้ผลิตบล็อกดินซีเมนต์รุ่นแรกที่ไม่มีร่อง และเดือยต่างๆ การก่อสร้างใช้การก่อเหมือนอิฐมอญทั่วไปแต่ว่าไม่ได้รับความนิยม เนื่องจากก่อสร้างได้ยากและน้ำหนักมากหลังจากนั้นในปี พ.ศ.2525 นายฉัตรศิริ ธรรมารมณ์ นักวิชาการจาก วว. และ Dr.Bruce Etherington จาก AIT ได้ร่วมกันพัฒนาบล็อกรุ่นใหม่ขึ้นให้มีลักษณะร่อง และเดือยเพื่อการล็อกกันโดยใช้น้ำปูนหยอดแทนการก่อตามปกติ ทำให้มีน้ำหนักลดลง ใช้ชื่อเรียกว่า “บล็อกดินซีเมนต์แบบพัฒนา” และได้นำไปใช้สร้างอาคารหลังแรกในปีพ.ศ. 2527 ที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งถือว่าเป็นบ้าน บล็อกประสานหลังแรกซึ่งปัจจุบันยังคงมีสภาพที่ดีอยู่ จากนั้นบล็อกดินซีเมนต์ก็ได้มีการพัฒนาเรื่อยมา และใช้วัสดุได้หลากหลายขึ้นจึงได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “บล็อกประสาน” ส่วนรูปแบบของตัวดอก เดือย ก็ได้มีการพัฒนาเรื่อยมาจนเป็นรุ่นปัจจุบันที่ทาง วว. แนะนำให้ใช้ในการก่อสร้างคือ รุ่นดอกกลม ที่มีรูหยอดน้ำปูน 3 รู
ปัจจุบันนอกจากการนำบล็อกประสาน วว. ไปใช้ในงานก่อสร้างอาคารแล้วยังสามารถนำไปใช้ในการก่อสร้างอื่นๆ อีกมากมายเช่น รั้ว บ่อน้ำ และใช้ในการประดับตกแต่งต่างๆ เนื่องจากความสวยงามแบบเป็นธรรมชาติในตัวเอง จึงทำให้ปัจจุบันบล็อกประสาน วว. ได้รับความนิยม และสร้างความสนใจให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก
การใช้บล็อกประสานในงานต่างๆ
ในกระบวนการผลิตบล็อกประสาน วว. สามารถลดการใช้พลังงานได้มากหากเทียบกับการผลิตวัสดุก่อสร้างประเภทอื่นๆ เช่น อิฐมอญ คอนกรีตบล็อก และบล็อกมวลเบาโดยในการผลิตบล็อกประสาน วว.ถ้ามีแหล่งวัตถุดิบที่ดีอยู่แล้ว ก็เพียงนำมาร่อนผ่านตะแกรงก่อสร้างขนาดไม่เกิน 4 มม. แล้วนำมาผสมกับปูนซีเมนต์ในอัตราส่วนประมาณ 1 ต่อ 6 หรือ 1 ต่อ 8 ผสมน้ำหลังจากนั้นก็นำไปอัดขึ้นรูปด้วยเครื่องอัด ภายหลังการอัดเพียงแค่บ่มให้ครบอายุ 7 วัน ก็สามารถนำมา ใช้งานได้
ดังนั้น หากกระบวนการผลิตเลือกที่จะใช้แรงงานคน การผสมก็เพียงสร้างกระบะผสมแล้วผสมเหมือนคอนกรีตทั่วไปด้วย จอบ พลั่ว ส่วนกระบวนการผลิตก้อน ถ้าเลือกใช้เครื่องอัดแบบมือโยกจะทำให้ไม่ต้องเสียค่าไฟฟ้า หลังการอัดก้อนก็ไม่ต้องเผาจึงสามารถประหยัดพลังงานในส่วนนี้ได้อีก ดังนั้นจะเห็นว่าการผลิตบล็อกประสานวว.ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าเลย และยังใช้ปูนซีเมนต์เพียงน้อยนิด
ส่วนการก่อสร้างบ้านที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกประสานวว. จะเป็นบ้านในระบบผนังรับน้ำหนักจึงไม่ต้องใช้ เสา คาน เพียงทำฐานรากให้มั่นคงก็สามารถนำก้อนบล็อกมาวางเรียงกันเป็นชั้นๆ แล้วหยอดด้วยปูนเกร้าท์ให้เต็มทุกรู (อัตราส่วน ปูนซีเมนต์1ส่วนต่อทรายหยาบ 3 ส่วน โดย น้ำหนักผสมน้ำที่ W/C 0.75) ก็จะได้บ้านที่มีความมั่นคงแข็งแรง ก่อสร้างง่าย ไม่ต้องใช้ไม้แบบ ไม่ต้อง ใช้เหล็กเสริม ลดปริมาณคอนกรีตที่ใช้ในส่วนของ คาน เสารวมถึงไม่ต้องใช้ช่างฝีมือในการทำงาน ดังนั้นเทคโนโลยีบล็อกประสาน วว. จึงนำไปผลิตใช้งานได้ทั่วทุกภูมิภาคโดยส่งผลกระทบ และทำลายสิ่งแวดล้อมน้อยมากจึงเรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
อ้างอิง http://www.thaicontractors.com

การก่อสร้างอาคารด้วยบล็อกประสาน

มีนาคม 10, 2009

การก่อสร้างอาคารด้วยบล็อกประสาน” ทางเลือกใหม่ในยุคน้ำมันแพง
คุยกับคุณ วุฒินัย กกกำแหง เจ้าหน้าที่ฝ่ายถ่ายทอดเทคโนโลยี สู่ชนบท สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

ความเป็นมาของเทคโนโลยีบล็อกประสานนั้นเริ่มต้นจากงานวิจัยในห้องปฎิบัติการ มีทรายค่อนข้างสูง นำมาผสมกับซีเมนต์แล้วทำการอัดขึ้นรูปด้วยเครื่องอัดที่เรียกว่า Cinva – Ram ซึ่งเป็นเครื่องอัดมือโยกจะได้ แท่งดินก่อสร้าง (Soil Block) ซึ่งต่อมาเรียกว่า บล็อกดินซีเมนต์ (Soi l -ปริมาณ (Cement Block) มีลักษณะเป็นดินก้อนตันขนาดค่อนข้างใหญ่ (15*30*10 ซม.) และมีน้ำหนักมาก ก้อนหนึ่งหนัก 8-7 กก. ทำหน้าเป็นทั้งผนัง และโครงสร้างไปพร้อมกัน ในปี 2513 – 2526 งานบล็อกซีเมนต์ถูกนำไปเผยแพร่โดยสาขาวิจัยอุตสาหกรรมก่อสร้างของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ให้แก่ประชาชนที่สนใจ และนำไปใช้ในโครงการการพัฒนาชนบทต่างๆ ทั้งของสถาบันเองและองค์กรพัฒนาอื่นๆ
ปี 2527 มีการปรับปรุงจากที่เป็นดินซีเมนต์ก้อนตันมาเป็นรูปแบบที่มีเดือนล็อกเพื่อช่วยให้ก่อง่ายขึ้น และปรับขนาดก้อนให้เล็กลงเป็น 12.5*25.0*10.0 ซม. ทำให้น้ำหนักเบาขึ้นเชื่อมติดกันด้วยปูนทรายเหลวแทนการใช้ปูนก่อทั่วไป เรียกว่า อินเตอร์ล็อกกิ้งบล็อก (Interlocking Block) และมีการพัฒนารูปแบบต่อมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันกระทั่งในปี 2541 ได้มีการใช้บล็อกดินซีเมนต์ (อินเตอร์ล็อกกิ้งบล็อก) กันอย่างแพร่หลาย ทำให้เกิดการเรียกชื่อที่แตกต่างกันออกไปมากมาย จึงได้มีการกำหนดชื่อเรียกบล็อกประเภทนี้ว่า บล็อกประสาน และใช้กันต่อมาจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขว้างถึงปัจจุบันนี้
บล็อกประสานคืออะไร : บล็อกประสานคือวัสดุก่อรับน้ำหนักที่ได้ทีการพัฒนารูปแบบให้มีรู และเดือยตรงตัวบล็อก เพื่อให้สะดวกในการก่อสร้าง โดยเน้นการใช้วัตถุดิบในพื้นที่ได้แก่ ดินลูกรัง หินฝุ่น ทราย หรือวัสดุเหลือทิ้งต่าง ๆ ที่มีตามความเหมาะสม นำมาผสมกับปูนซีเมนต์ และน้ำในอัตราส่วนที่เหมาะสม อัดเป็นก้อนด้วยเครื่องอัดแล้วนำมาบ่มให้บล็อกแข็งตัวประมาณ 7 วัน จะได้คอนกรีตบล็อกที่มีความแข็งแกร่งมีรูปลักษณะพิเศษ
ที่สามารถใช้ได้อย่างรวดเร็วสวยงาม และประหยัดกว่างานก่อสร้างทั่วไป

บล็อกประสานสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามลักษณะการใช้งาน
1. บล็อกตรงหรือทรงสี่เหลี่ยมใช้สำหรับก่อสร้างอาคาร
2. บล็อกโค้งใช้สำหรับก่อสร้างถังเก็บน้ำ (15*30*10 ซม.)
วัสดุที่เหมาะสมสำหรับทำบล็อกประสาน จะมีมวลรวมละเอียดของตัวบล็อกเล็กกว่า 4 มม. ได้แก่ ดินลูกรัง หินฝุ่น ทราย และเถ้าลอย จากโรงงานไฟฟ้าโดยมวลรวมละเอียดที่ใช้ควรแบ่งตามมาตรฐานการแบ่งคุณภาพดิน และมวลรวมสำหรับงานก่อ สร้างทางหลวงคือ มีฝุ่นดินไม่เกินร้อยละ 35 โดยน้ำหนัก หรือทดสอบเบื้องต้นได้โดยนำดินใส่ขวดครึ่งหนึ่งเติมน้ำแล้วเขย่าให้เข้ากัน สังเกตุส่วนที่ตกตะกอนทันทีแล้วขีดเส้นไว้ รอตะกอนตกทั้งหมดจนน้ำใสวัดตะกอนฝุ่นแล้วไม่ควรมีค่าเกินร้อยละ 15 โดยปริมาตร แต่กรณีที่วัตถุดิบมีมวลหยาบอยู่มากสามารถใช้เครื่องบดร่อนให้ผิวบล็อกเรียบขึ้นได้
ปูนซีเมนต์สำหรับบล็อกประสาน จะใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (ปูนโครงสร้าง) ทำให้ก้อนบล็อกประสานมีความแข็งแกร่ง ทนทานต่อการกัดกร่อนของน้ำได้ดีกว่าใช้ปูนซีเมนต์ผสม (ปูนก่อฉาบ) อัตราส่วนผสมส่วนใหญ่จะอยู่ที่ปูนซีเมต์ต่อมวลรวมประมาณ 1: 6 ถึง 1: 7 โดยน้ำหนัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของมวลรวมด้วย

เครื่องอัดบล็อกประสาน/แรงคน เป็นเครื่องอัดโดยอาศัยแรงคนแบบมือโยกใช้การทดแรงแบบคานงัดคานดีด จะสามารถผลิตได้วันละประมาณ 400-800 ก้อน ขึ้นอยู่กับจำนวนแรงงานและความชำนาญ
ขั้นตอนการทำบล็อกประสาน วว. เตรียมดินที่เหมาะสมกำหนดสัดส่วนหากวัตถุดิบมีความชื้นมากควรนำไปตากให้แห้ง และเก็บในที่ร่มเสมอ หากดินมีก้อนใหญ่หรือมวลหยาบมากควรใช้เครื่องบดร่อนก่อนจะนำไปกองเก็บในที่ร่มเพื่อรอการผลิตต่อไป ในขั้นตอนของการผสมนั้นควรผสมดินแห้ง หรือมวลรวมกับซีเมนต์ให้เข้ากันก่อนแล้วค่อยเติมน้ำสะอาดโดยใช้ฝักบัว หรือหัวฉีดพ่นให้เป็นละอองกว้างจากนั้นจึงเอาเข้าเครื่องอัดโดยตวงวัดหน่วยเป็นน้ำหนัก ควรใช้ส่วนผสมให้หมดภายใน 30 นาที หลังจากผสมน้ำเพื่อป้องกันปูนก่อตัวก่อนอัดขึ้นรูป จากนั้นผึ่งในที่ร่มอย่างน้อย 1 วันจึงเริ่มบ่ม

วิธีการบ่ม หลังจากนำมาจัดเรียงในที่ร่มครบ 1 วันแล้ว ให้เริ่มบ่มด้วยการฉีดน้ำรดให้ชุ่ม คลุมด้วยผ้าพลาสติกไม่ให้ไอน้ำระเหยออก ทิ้งไว้อีก 6 วัน จนครบ 7 วัน ตัวบล็อกประสานจะมีความแข็งแรงพร้อมจำหน่าย หรือใช้งานได้
เครื่องอัด/ไฮดรอลิก เป็นเครื่องอัดอุตสาหกรรมขนาดย่อมใช้มอเตอร์เป็นตัวขับน้ำมันสร้างแรงดันในท่อไฮดรอลิก ซึ่งสามารถผลิตได้วันละประมาณ 1000 -1300 ก้อน เนื่องจากอัดได้ครั้งละ 2-4 ก้อน

การก่อสร้างอาคารบล็อกประสานโดยใช้ระบบผนังหรือเสาบล็อก
ทำให้ประหยัดงบประมาณการก่อสร้างมากกว่าการก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีระบบฐานรากและหลังคาแบบทั่วไป ดังนี้

1. ระบบผนังรับน้ำหนัก (Bearing Wall) การถ่ายน้ำหนักต่างๆ ที่กระทำในอาคาร และแรงภายนอกที่มากระทำต่ออาคาร ในระบบบเสาคานทั่วไปน้ำหนักต่างๆ จะถ่ายลงสู่คาน และคานถ่ายน้ำหนักลงสู่เสา จากเสาก็จะถ่ายน้ำหนักลงสู่ส่วนฐานราก แต่ในกรณีของระบบผนังรับน้ำหนักที่ก่อจากบล็อกประสาน แรงทั้งหมดจะถ่ายลงสู่ก้อนบล็อก โดยจะกระจายน้ำหนักสู่บล็อกแต่ละก้อนเท่าๆ กันไล่ลงมาเรื่อยๆ ตามลำดับจนกระทั่งลงมาถึงส่วนของฐานรากทำให้รับน้ำหนักได้ดี ต้านทานแรงกระทำต่างๆ ได้ดี การทรุดตัวของบ้าน, ดิน ต่ำ

2. ระบบฐานราก ในระบบบเสาคานทั่วไปน้ำหนักต่างๆ จะถ่ายลงสู่ฐานรากเป็นจุด (Point Load) จึงต้องออกแบบให้รองรับน้ำหนักที่กดลงจุดที่พบทั่วๆ ไปคือ ฐานรากตื้น (Shallow Foundation) และฐานรากเสาเข็ม (Pile Foun -dation) แต่ระบบผนังรับน้ำหนักนั้น บล็อกทุกก้อนจะช่วยกันรับน้ำหนักตัวอาคาร ดังนั้นน้ำหนักที่ถ่ายลงสู่ชั้นฐานรากที่ใช้จึงมีความหลากหลายมากกว่า เช่น ฐานรากแผ่ (Mat Foundation) และฐานรากตามยาว (Strip Footing) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม

3. ระบบพื้น พื้นที่ใช้ในระบบอาคารผนังรับน้ำหนักนั้นเป็นพื้นหล่อในที่ (Cast-in-Place Slab) ต้องมีการเสริมเหล็กอย่างถูกต้อง เพื่อให้เกิดการส่งถ่ายแรง และเกิดการยึดรั้งผนังทุกด้านเข้าไว้ด้วยกันอย่างแน่นหนา ผลของการยึดรั้งจะส่งผลถึงค่าสัดส่วนความสูงชะลูด (ความสูงของผนัง/ความกว้างของผนัง) ในการออกแบบอาคารบวกกับการหล่อแบบไดอะแฟรม (Diaphragm) ที่จะใช้การยึดปลายผนังต่างๆ เข้าด้วยกันโดยอาศัยจุดเชื่อมต่อระหว่างผนังแต่ละด้าน ซึ่งต้องเสริมเหล็กช่วยในการถ่ายแรงเพื่อให้มีความเหนียวเพียงพอ

ภาพรวมของธุรกิจบล็อกประสานในปัจจุบัน มีความเป็นธูรกิจมากขึ้น สังเกตุได้จากขนาดของโรงงานผลิตนั้นเปลี่ยนจากขนาดเล็กมาเป็นโรงงานที่ลงทุนเบื้องต้นด้วยเงินหลายล้านบาทนั้น ได้เพิ่มจำนวนมากขึ้น มีความพร้อมในด้านอุปกรณ์ ด้านเครื่องจักร เครื่องมือ – พาหนะในการขนส่งผลิตภัณฑ์ และความพร้อมทางด้านเงินทุนหมุนเวียนมากกว่าอดีต เนื่องจากผู้ประกอบการมีความมั่นใจในตลาดมากขึ้น โดยอัตราการเติบโตของโรงงานในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับธุกิจบล็อกประสานเป็นธุรกิจขนาดเล็กโดยธรมชาติที่ต้องอ้างอิงอยู่กับแหล่งวัตถุดิบ แต่ถ้าดูจากการเติบโตของโรงงานยังอยู่ในอัตราที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงว่าให้เห็นว่าธุรกิจบล็อกประสานนั้นเป็นที่ต้องการในตลาดมากขึ้น ซึ่งหมายถึงความก้าวหน้าในการประกอบอาชีพนี้ก็มีมากเช่นกันในอนาคต

อ้างอิง http://www.thaicontractors.com


ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.