Posts Tagged ‘กฏหมายควบคุมอาคาร’

การขออนุญาติปลูกสร้าง

มีนาคม 30, 2009

ความเป็นมา
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน บทความแรกนี้กระผมผู้เขียนขอกล่าวนำก่อนนะครับว่า มีความเป็นมาอย่างไร
ในเรื่องการขออนุญาตก่อสร้างอาคารนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมอาคารของภาครัฐตามกฎหมายควบคุมอาคาร เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับความปลอดภัย สะดวก สบาย มีสภาพความเป็นอยู่และสิ่งแวดล้อมที่ดี ตัวอาคารมีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยสำหรับการอยู่อาศัยหรือใช้สอยอาคาร
แต่เดิมมีพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้าง พ.ศ.2479 ที่บังคับใช้ ต่อมามีการปรับปรุงแก้ไขใหม่ เป็นพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 และ พ.ศ.2543 โดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคารแต่ละฉบับจะออกกฎกระทรวงในรายละเอียดเกี่ยวกับการควบคุมอาคารในเรื่องต่าง ๆ เช่น เรื่องเอกสารประกอบการยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคาร มาตรฐานด้านการออกแบบเกี่ยวกับขนาด ระยะ ระยะร่นอาคาร ด้านความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร ด้านความปลอดภัย ด้านสุขาภิบาล และอนามัยสิ่งแวดล้อม แสงสว่าง การระบายอากาศ เป็นต้น ทั้งนี้ การควบคุมอาคารของภาครัฐ ปัจจุบันมีอยู่ 4 ส่วน คือ
ส่วนที่ 1 ตรวจสอบพิจารณาการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร
ส่วนที่ 2 ตรวจสอบควบคุมการก่อสร้างอาคารให้เป็นไปตามแบบที่ได้รับอนุญาต
ส่วนที่ 3 ตรวจสอบรับรองอาคารที่ก่อสร้างเสร็จก่อนเปิดใช้สอยอาคาร (อาคารที่อยู่ในเกณฑ์ตามกฎหมาย)
ส่วนที่ 4 ตรวจสอบรับรองรายงานการตรวจสอบอาคารของอาคารเดิมที่อยู่ในเกณฑ์
ต้องตรวจสอบสภาพอาคารประจำปี รวม 9 ประเภท ตามกฎกระทรวงฯกำหนด
ซึ่งผู้เขียนจะกล่าวถึงเรื่องเกี่ยวกับรายละเอียดการขออนุญาตก่อสร้างอาคารตามที่ภาครัฐควบคุมส่วนที่ 1 โดยเฉพาะ โดยจะนำเสนอรายละเอียดไปทีละขั้นตอนครับ
ขั้นตอนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคารมีดังนี้
1. การเตรียมเอกสารประกอบการขออนุญาต
2. การเตรียมแบบขออนุญาต
3. การยื่นขออนุญาตต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
4. การพิจารณาของหน่วยราชการ
5. การแก้ไขข้อขัดข้องหรือข้อทักท้วงจากหน่วยราชการ
6. การได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างได้
ทั้ง 6 ขั้นตอนนี้จะมีรายละเอียดต่าง ๆ ประกอบอีก ผู้เขียนจะได้นำเสนอในบทความครั้งต่อ ๆ ไป ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เป็นการนำเสนอให้ท่านผู้อ่านให้เห็นในภาพรวมของการขออนุญาตก่อสร้างอาคารครัว
อ้างอิง http://www.thaicontractors.com

สกู๊ปข่าว / เกาะติดสถานการณ์ เปิดตึกมรณะทั่วกทม.ตามรอยซานติก้าผับ! 3 กฏหมายควบคุมอาคาร สร้างอาคาร อาคาร ก่อสร้าง

มีนาคม 4, 2009

เปิดตึกมรณะทั่วกทม.ตามรอยซานติก้าผับ! 3
สกู๊ปข่าว / เกาะติดสถานการณ์

เปิดตึกมรณะทั่วกทม.ตามรอยซานติก้าผับ!
สร้างตึกอย่างไรให้ถูกกม.คุมอาคาร
ลดความเสี่ยงเกิดโศกนาฏกรรม

ผ่า กฎหมายควบคุมอาคาร กทม. สำนักการโยธา สปภ.กทม.แนะวิธีสร้างอาคารไม่ให้ถล่ม หรือหากเกิดเพลิงไหม้ จะทำให้สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินน้อยที่สุด

ทุกครั้งที่เกิดโศกนาฏกรรมกับอาคารไม่ว่าจะเป็นอัคคีภัยหรือตกถล่ม ส่วนใหญ่จะพบว่าเป็นอาคารที่ก่อสร้างโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายที่กำหนดที่ สำคัญมีอาคารที่ใช้งานผิดประเภททำให้เกิดเหตุคาดไม่ถึง ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร(กทม.) สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร(สปภ.กทม.) สำนักการโยธา ออกกฎหมายและข้อบังคับสำหรับผู้ที่กำลังจะสร้างตึกหรืออาคารทุกประเภทอย่าง ละเอียด แต่ก็มีเจ้าของอาคารจำนวนไม่น้อยที่สร้างอาคารผิดแบบหรือใช้อาคารผิดประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาคารขนาดเล็ก ที่มีความสูง2-4ชั้นทำให้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจมาแล้วหลายครั้ง

ที่ผ่านมาการขออนุญาตก่อสร้างอาคารต่างๆทั่วประเทศกรุงเทพมหานคร (กทม.)ผู้ประกอบการ ผู้ออกแบบ ส่วนใหญ่ร่างแบบมาไม่ถูกต้อง ทำให้เสียเวลาในการแก้ไขออกแบบใหม่ จนบางครั้งถึงกับต้องยกเลิกแบบที่ยื่นขออนุญาตก่อสร้างและต้องเขียนแบบขึ้น มาใหม่เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายที่กำหนด และเพื่อเป็นการให้ความรู้แก่ประชาชนและอำนวยความสะดวกกับเจ้าของอาคารและ ผู้ออกแบบอาคาร รวมถึงลดปัญหาความผิดพลาดเสียเวลาในการแก้ไขแบบดังกล่าว กทม.จึงได้จัดทำข้อแนะนำในการออกแบบอาคาร สำหรับอาคาร 9 ประเภท ประกอบด้วย ที่อยู่อาศัยรวม (แฟลต อพาร์ทเมนท์ และคอนโดมิเนียม) โรงมหรสพ โรงแรม ตลาด สถานศึกษาโรงงาน ลาดจอดรถยนต์โรงเก็บสินค้าและสถานพยาบาลซึ่งอาคารประเภทดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยมาก

สำหรับกฎหมายที่กทม.ออกมาบังคับใช้ในการก่อสร้างอาคารนอกจากจะกำหนด ให้เจ้าของอาคารปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดแล้ว ยังเป็นการให้ความรู้แก่ประชาชนได้รับทราบถึงลักษณะอาคารต่างๆที่เข้าไปใช้ บริการ อาคารสูงซึ่งเป็นอาคารที่มีความเสี่ยงสูง เพราะมีจำนวนผู้อาศัยจำนวนมาก อีกทั้งยังมีกิจกรรมต่างๆที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยมากที่สุดหากผู้ประกอบการเจ้าของอาคารไม่คำนึงถึงผู้พักอาศัย

อาคารพักอาศัยที่มิใช่อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องปฏิบัติ ดังนี้ อาคารที่ก่อสร้างริมถนนสาธารณะที่มีความกว้างน้อยกว่า 6 ม. ต้องร่นแนวอาคารอย่างน้อย 3 ม. ส่วนอาคารที่สูงเกิน 2 ชั้น หรือเกิน 8 ม. ที่ก่อสร้างใกล้ถนนต้องก่อสร้างต้องร่นแนวอาคารอย่างน้อย 6 ม. แต่ถ้าถนนมีความกว้างตั้งแต่10 ม.ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 20 ม.ให้ร่นแนวอาคารห่างจากเขตสาธารณะอย่างน้อย1ใน10 ของความกว้างของถนนสาธารณะ

ขณะที่อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ ต้องร่นแนวผนังห่างเขตที่ดินผู้อื่นและห่างถนนไม่น้อยกว่า 6 ม.และต้องมีด้านหนึ่งด้านใดของที่ดินยาวไม่น้อยกว่า 12 ม. และหากอาคารมีพื้นที่อาคารเกินกว่า 30,000 ม. ที่ดินต้องอยู่ริมถนนสาธารณะที่มีความกว้างไม่น้อยกว่า 18 ม. ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า 30 % ของพื้นที่ดิน ส่วนอาคารที่ก่อสร้างริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ต้องมีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งแม่น้ำไม่น้อยกว่า3 ม.

ส่วนความสูงของอาคารกำหนดให้ความสูงของอาคารไม่ว่าจากจุดหนึ่งจุดใด ต้องไม่เกิน 2 เท่าของระยะราบ ที่จอดรถยนต์ กรณีห้องพักมีพื้นที่แต่ละหน่วยตั้งแต่ 60 ตร.ม.ขึ้นไป ให้มีที่จอดรถไม่น้อยกว่า 1 คัน ต่อ 1 หน่วย นอกจากนี้ผู้ประกอบการต้องจัดทำระบบป้องกันอัคคีภัยด้วย โดยกรณีอาคารที่ก่อสร้างไม่เข้าข่ายเป็นอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษให้ ติดตั้งบันไดหนีไฟและอุปกรณ์เกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัยตามกฎกระทรวงฉบับ ที่39,49,55และตามประกาศกรุงเทพมหานครเรื่องข้อกำหนดลักษณะแบบของบันไดหนีไฟ และทางหนีไฟทางอากาศของอาคารพ.ศ.2531

โรงแรมเป็นอาคารที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้มาก เพราะมีการประกอบอาหาร ซักรีด กทม.จึงกำหนดให้ต้องมีแนวร่นของอาคารต้องห่างจากศูนย์กลางถนนสาธารณะ ไม่น้อยกว่า 6 ม. อาคารไม่อยู่ริมถนนสาธารณะและสูงไม่เกิน 3 ชั้นต้องมีที่ว่างด้านหน้าอาคารไม่น้อยกว่า 6 ม. และไม่น้อยกว่า 12 ม. รวมทั้งต้องมีที่ว่างเป็นทางเดินหลังอาคารกว้างไม่น้อยกว่า 2 ม. และต้องมีอัตราส่วนพื้นที่อาคารทุกชั้นรวมกันต่อพื้นที่ดิน (FAR) ไม่เกิน 10 : 1 ส่วนความสูงของอาคารหากเป็นอาคารหลังเดียวกันความสูงของอาคาร ณ จุดใดต้องไม่เกิน 2 เท่าของระยะราบที่ใกล้ที่สุด

นอกจากนี้ต้องมีลานจอดรถโดยโรงแรมที่มีห้องพักไม่เกิน 100 ห้อง ให้มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 10 คัน ส่วนที่เกิน 30 ห้องให้คิด 1 คันต่อ 5 ห้อง แต่หากเกิน 100 ห้องให้มีที่จอดรถยนต์ 1 คัน ต่อ 10 ห้อง กรณีมีพื้นที่อาคารรวมเกิน 1,000 ตร.ม. และมีความสูงเกิน 15 ม. หรือมีพื้นที่อาคารรวมทุกชั้นเกิน 2,000 ตร.ม. ให้มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คันต่อพื้นที่ 120 ตร.ม. ต้องมีระบบป้องกันอัคคีภัย เช่น มีสปริงเกอร์ ถังดับเพลิงที่หยิบใช้ได้สะดวก รวมถึงป้ายบอกทางหนีภัยสัญญาณเตือนภัยเป็นต้น

กรณีอาคารที่ก่อสร้างไม่เข้าข่ายเป็นอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ ให้ติดตั้งบันไดหนีไฟและอุปกรณ์เกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัยตามกฎกระทรวง ฉบับที่39,47,55และประกาศกรุงเทพมหานครฯ ส่วนอาคารที่ก่อสร้างเข้าข่ายเป็นอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษให้ติดตั้ง บันไดหนีไฟและระบบเกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัยตามกฎกระทรวงฉบับที่33,50และประกาศกรุงเทพมหานครฯซึ่งผู้ประกอบการต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

โรงมหรสพ หรือโรงละครที่มีจำนวนผู้เข้าไปใช้บริการจำนวนมากวันละหลายแสนคน จึงต้องคำนึงเรื่องความปลอดภัย เพราะไม่เช่นนั้นอาจเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเช่นเดียวกับซานติก้า ผับ หรืออีกหลายแห่งๆที่สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้กทม.จึงได้มีการออกกฎระเบียบในการขออนุญาตก่อสร้าง โดยแนวร่นของอาคารที่ไม่ใช่อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ ต้องร่นแนวอาคารห่างเขตถนน ไม่น้อยกว่า 6 ม. ส่วนอาคารที่ไม่อยู่ริมถนนต้องมีที่ว่างด้านหน้าอาคารไม่น้อยกว่า 6 ม. และไม่น้อยกว่า 12 ม.และ ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า 2 ม. ลาดจอดรถยนต์ถ้ามีที่นั่งเกิน 500 ที่นั่ง ต้องจัดให้มีที่จอดรถยนต์ 1 คันต่อจำนวนที่นั่ง 20

กรณีมีพื้นที่อาคารรวมเกิน 1,000 ตร.ม. และมีความสูงเกิน 15 ม. หรือมีพื้นที่อาคารรวมทุกชั้นเกิน 2,000 ตร.ม.ขึ้นไปให้มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คันต่อพื้นที่ 120 ตร.ม. ระบบป้องกันอัคคีภัย ต้องติดตั้งบันไดหนีไฟและอุปกรณ์เกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัยตามกฎกระทรวง เช่น มีสัญญาณเตือนภัย ไฟฉุกเฉิน สปริงเกอร์ ทางหนีไฟ เป็นต้น

ตลาด สถานศึกษาโรงงาน ลาดจอดรถยนต์ โรงเก็บสินค้าและสถานพยาบาล ทางกทม.ได้มีการออกกฎระเบียบเช่นเดียวกับอาคารที่เข้าข่ายเสี่ยงภัยเช่นกัน คือ ต้องมีระบบป้องกันอัคคีภัยตามกฎกระทรวงฉบับที่ 39,47,55 เช่นกันและประกาศกรุงเทพมหานครฯ


ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.