อบจ.อุบล

อบจ.อุบล เดินหน้า “ชลประทานระบบท่อ” บูรณาการ แก้มลิง-ฝายต้นน้ำ-คลองไส้ไก่โครงการชลประทานระบบท่อ” ถือเป็นอภิมหาโครงการที่รัฐบาลยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ชูเป็นนโยบายเด่นเรียกคะแนนเสียงจากประชาชนภาคอีสานมาแล้ว แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน เพราะยังติดขัดทั้งปัญหาเรื่องการเมืองและในรายละเอียดของตัวโครงการเอง
องค์การ บริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุบลราชธานี ภายใต้การนำของนายก “พรชัย โควสุรัตน์” มองเห็นประโยชน์ของโครงการนี้ ที่เชื่อว่าน่าจะแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำของเกษตรกรได้ แต่หากมัวรอให้รัฐบาลเดินหน้า ซึ่งยังไม่รู้ว่าต้องรออีกกี่ปี…หรืออีกกี่สิบปี ทุกข์ก็จะตกอยู่กับเกษตรกร
เมื่อปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข การละทิ้งถิ่นไปขายแรงงานก็จะยังมีอยู่อย่างนั้น…
อบจ.อุบลราชธานี จึงเดินหน้าโครงการ “ชลประทานระบบท่อ” ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรองบประมาณจากส่วนกลาง
“พรชัย” บอกว่า การแก้ปัญหาให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน ได้เน้นแนวคิดไปที่การบริหารจัดการน้ำเป็นหลัก ถ้าพัฒนาแหล่งน้ำและควบคุมการบริหารจัดการน้ำได้ น้ำจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างมหาศาล จึงเกิดความคิดว่าควรรวมน้ำก่อนแล้วค่อยกระจายน้ำออกไป
“ทำอย่างไรจะ รวมน้ำที่มีหรือชะลอน้ำที่มีไว้ใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด จากนั้นทำอย่างไรจะกระจายน้ำที่มีอยู่นี้ไปสู่แปลงพืชผลเกษตรทั้งหลาย ไม่ต้องรอให้ฝนตกเพียงอย่างเดียวค่อยทำการเกษตรได้ วิธีทำก็มีโจทย์อยู่ 2 อย่างคือ รวมน้ำกับกระจายน้ำ ด้วยการหาแหล่งน้ำเพิ่มจากที่มีอยู่ เป็นการสร้างแหล่งน้ำให้เยอะขึ้น อย่างปรัชญาเศรษฐกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือโครงการแก้มลิง พื้นที่ไหนเหมาะสมจะรวมน้ำ และกระจายน้ำไปตามสภาพพื้นที่ ส่วนที่สูงก็ชะลอน้ำด้วยการทำฝายต้นน้ำ ที่ลุ่มก็ขุดคลองไส้ไก่ สิ่งเหล่านี้ต้องบูรณาการร่วมกัน ผู้ใช้น้ำและท้องถิ่นจะต้องร่วมกันบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด” นายก อบจ.อุบลราชธานีกล่าว
ด้าน นายณรงค์ ณ อุบล รักษาการ ผอ.กองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อบจ.อุบลฯ ผู้รับผิดชอบโครงการบอกว่า ในการดำเนินโครงการวางท่อเพื่อส่งน้ำไปยังพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกร ภายในปีงบประมาณ 2552 เบื้องต้นจะทำในโครงการนำร่อง 4 โซน ด้วยการสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อเชื่อมต่อระบบกับชลประทานระบบท่อ นำไปใช้ในพื้นที่ห่างไกลแม้จะไม่มีระบบไฟฟ้าเชื่อมถึงก็ตาม
ทั้ง ยังมีการกระจายน้ำเพื่อการเกษตรเพื่อต่อยอดระบบชลประทานของรัฐที่อาจไม่เข้า ถึงพื้นที่เพาะปลูกได้อย่างทั่วถึง โครงการนี้จะเป็นการต่อท่อเข้าสู่พื้นที่แห้งแล้งของเกษตรกรอีกต่อหนึ่ง โดยใช้พลังงานไฟฟ้าเข้าเสริมการสูบน้ำเพื่อกระจายไปตามระบบโดยใช้ท่อน้ำแบบ คอนกรีตอัดแรง เพื่อไม่ให้ถูกลักขโมยไปขาย เพราะไม่ได้ราคา ประกอบกับวัสดุชนิดนี้มีความแข็งแรง น้ำหนักเบา
สำหรับพื้นที่นำร่องโซนใต้ได้แก่ ต.ท่าโพธิ์ศรี อ.เดชอุดม ซึ่งมีเกษตรกรรวมตัวปลูกไม้ดอกจำนวนมากและมีพื้นที่ใกล้กับแหล่งน้ำดิบ คือ ลำโดมใหญ่ ส่วนที่โซนเหนือ คือ อ.เขมราฐ เกษตรกรรวมกลุ่มกันทำการเกษตรกรรมนาปรังและเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง มีลำน้ำโขงอยู่ใกล้เคียง อบจ.อุบลราชธานี
อบจ.อุบลฯ ได้อนุมัติงบประมาณ 2 ล้านบาท เพื่อจัดทำชลประทานระบบท่อในพื้นที่ ต.นาแวง และ ต.เขมราฐ สนับสนุนด้านแหล่งน้ำอื่นที่สอดคล้องกันกับโครงการชลประทานระบบท่อ
โดย นำน้ำจากลำน้ำโขงเข้าสู่แปลงนาของเกษตรกร พร้อมกับสูบน้ำด้วยระบบโซลาร์เซลล์ คาดว่าหากดำเนินการแล้วเสร็จ โครงการนี้จะเป็นแหล่งศึกษาดูงานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
หวัง ว่าโครงการ “ชลประทานระบบท่อ” ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งถือว่าเริ่มลงมือทำเป็นแห่งแรกในภาคอีสาน จะสามารถเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำแล้งในภาคอีสานได้อีกด้วย
อ้างอิง http://www.thaicontractors.com

About these ads

ป้ายกำกับ: , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: